1 ศตวรรษความดี 100ปี มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง PDF พิมพ์ อีเมล
เปิดอ่านทั้งหมด : 2554 ครั้ง
เขียนโดย Administrator   
วันอาทิตย์ที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๕๓ เวลา ๐๔:๑๐ น.

งาน '1 ศตวรรษความดี 100ปี มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง'   

          เนื่องในโอกาสที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งองค์กรการกุศลที่อยู่คู่สังคมไทยจวบจนปัจจุบันมีอายุครบ 100 ปี โดยมี ดร.สมาน โอภาสวงศ์ เป็นประธานกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งคนปัจจุบัน ขอเชิญชวนประชาชนทั่วไปร่วมชมงานเฉลิมฉลอง “1 ศตวรรษความดี 100 ปี มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง”ที่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ 3 วัน 3 คืน ระหว่างวันที่ 27-29 ตุลาคม 2553 เวลา 17.00-24.00 น. ณ ถนนพลับพลาไชย หน้าอาคารมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ทรงเป็นประธานในพิธีเปิด ในวันพุธที่ 27 ตุลาคม 2553
   
          สำหรับกิจกรรมภายในงานมีการแสดงแสง สี เสียงชุด “ข้าวต้มชามแรก” เป็นไฮไลต์ของงาน ที่นำเสนอเรื่องราวชาวจีนโพ้นทะเลที่ได้รับความช่วยเหลือจากมูลนิธิฯ ด้วยข้าวต้มชามแรกที่ทำให้พวกเขารอดชีวิตและเกิดเป็นบุญคุณที่ปลูกฝังลูกหลานให้ตอบแทนพระคุณแผ่นดินไทยและมูลนิธิฯ รุ่นแล้วรุ่นเล่า นอกจากนี้ภายในงานยังมีนิทรรศการร้อยเล่าเรื่องราว...100 ปี มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง, ร้อยเรื่องราว...จากข้าวต้มชามแรก, ร้อยเรื่องราว...ทายาทสานต่อความดี และตื่นตาตื่นใจกับมหกรรมความบันเทิงที่ยิ่งใหญ่ตระการตา อาทิ การเชิดสิงโต มังกร การแสดงหุ่นคน หุ่นกระบอก หุ่นจีน จากมหาวิทยาลัยหัวเฉียวฯ และกิจกรรมจากศิลปิน นักร้อง นักแสดง พร้อมบริการตรวจสุขภาพฟรี! รวมทั้งมีบูธขายสินค้า อาหารหรือผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ในราคาพิเศษ จากหลาย ๆ จังหวัด สนใจติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ www.pohtecktung.org


          เวลามีอุบัติเหตุเกิดขึ้นคราใด สิ่งที่เรามักได้เห็นได้ยิน จนชินตานั่นก็คือ การออกปฏิบัติงานของหน่วยเคลื่อนที่เร็วหน่วยงานหนึ่งนาม “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง” ที่รีบบึ่งรถกู้ภัยไปให้ถึงที่เกิดเหตุโดยเร็วที่สุด ด้วยต้องทำงานแข่งกับนาทีชีวิตของผู้บาดเจ็บโดยไม่สนใจว่าคนเจ็บเหล่านั้นจะเป็นใคร ยากดีมีจนอย่างไร ขอเพียง ให้ไปทันช่วยเหลือชีวิตและนำส่งโรงพยาบาลเท่านั้น   ซึ่งนับจากอดีตจนถึงปัจจุบัน มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ทำงานสาธารณกุศลช่วยเหลือสังคมไทยมาเป็นเวลายาวนานถึง 1 ศตวรรษแล้ว
   
          ย้อนประวัติศึกษาความเป็นมาของการถือกำเนิดมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ใจความว่า มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งถือกำเนิดจากชาวจีนโพ้นทะเลกลุ่มหนึ่งที่ได้เข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารบนแผ่นดินสยามเมื่อปี 2489 และได้รับการช่วยเหลือจากมูลนิธิแห่งการสงเคราะห์คนยากไร้ในนาม “ป่อเต็กตึ๊ง” เมื่อแรกเหยียบแดนสยามด้วย “ข้าวต้มชามแรก” ทำให้พวกเขารอดชีวิตมาได้ จนเกิดเป็นบุญคุณที่ถ่ายทอดและปลูกฝังบุตรหลานให้ได้รับรู้ จดจำและย้อนกลับมาตอบแทนพระคุณแผ่นดินไทยและ  มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งด้วยการสงเคราะห์คนยากไร้ โดยไม่จำกัดชนชั้น เชื้อชาติและศาสนา ในช่วงเวลาของชีวิตนับตั้งแต่เกิด แก่ เจ็บ ตาย ตามปณิธานอันมุ่งมั่นของ “องค์ไต้ฮงกง” อันเป็นที่เคารพบูชาของชาวไทยเชื้อสายจีน รุ่นแล้วรุ่นเล่า
   
          มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งดั้งเดิมทำงานในนาม “คณะเก็บศพไต้ฮงกง” ซึ่งไม่ใช่เพียงภารกิจเก็บศพเท่านั้น แต่ยังดำเนินกิจกรรมอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านสังคมสงเคราะห์ สวัสดิการสังคม การศึกษาและสาธารณสุข จะเห็นได้จากองค์กรในเครือที่ขยายตัวอย่างกว้างขวางในปัจจุบันอย่างเช่น โรงพยาบาล หัวเฉียว มหาวิทยาลัยหัวเฉียวฯ คลินิกแพทย์แผนจีนและสถาบันสอนภาษาจีน
   
          ด้านประวัติการดำเนินงานของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ตลอด ระยะเวลา 100 ปี มีเรื่องราวที่น่าสนใจ และน่าศึกษามากมาย เริ่มตั้งแต่ พ.ศ. 2452-2453 นักธุรกิจชาวจีน 12 คน ตั้งคณะเก็บศพไต้ฮงกง โดย  มียี่กอฮง (พระอนุวัตร์ราชนิยม) เป็นผู้แทนซื้อที่ดินริมถนนพลับพลาไชย อ.สามเพ็ง (ป้อมปราบฯ) เพื่อดำเนินงานเก็บศพไร้ญาติ รวมทั้งสร้างศาลเจ้าไต้ฮงกงและอัญเชิญองค์ไต้ฮงกงมาประดิษฐานเป็นการถาวรและใช้เป็นสำนักงานดำเนินงานด้านสาธารณกุศล จนถึงปัจจุบัน
   
          ในวันที่ 5 สิงหาคม 2455 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 6 โปรดเกล้าฯ พระราชทานเงินช่วยเหลือปีละ 2,000 บาท เพื่อให้ดำรงสถานะของกิจกรรม สาธารณสุข คณะเก็บศพจึงได้พัฒนาบริหารงานตามความเจริญของบ้านเมืองและใช้ชื่อว่า “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง” ที่มีศักยภาพในการสงเคราะห์แก่ประชาชนให้สมกับความไว้วางพระราชหฤทัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
   
          มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้จดทะเบียนเป็นมูลนิธิ ในวันที่ 21 มกราคม 2480 และได้พัฒนาจนเป็นองค์กรการกุศลขนาดใหญ่ช่วยเหลือบรรเทาทุกข์เอื้ออำนวยประโยชน์สุขแก่เพื่อนมนุษย์ผู้ตกทุกข์ได้ยากจากภัยพิบัติ โดยมี นาย เหียกวงเอี่ยม เป็นประธานคนแรก และในปีถัดมาได้มีการจัดตั้ง สถานพยาบาลผดุงครรภ์หัวเฉียว 8 เตียง หลังศาลเจ้าไต้ฮงกงก่อนย้ายไปใกล้แยกอนามัย ถนนพลับพลาไชย และเปลี่ยนชื่อเป็นโรงพยาบาลหัวเฉียวเมื่อวันที่ 21 กันยายน 2488 รวมทั้งย้ายไปตั้งอยู่ที่ริมถนนกรุงเกษมใกล้สะพานกษัตริย์ศึกขยายเป็นโรงพยาบาล รับรักษาคนไข้ทั่วไป จากนั้นขยายโรงพยาบาลเพิ่มจนสามารถรับคนไข้ได้ถึง 250 เตียง รวมทั้งซื้อที่ดินริมถนนบำรุงเมืองสร้างโรงพยาบาล สูงถึง 22 ชั้น มีลานจอด   เฮลิคอปเตอร์ ซึ่งในวันที่ 8 พฤษภาคม 2522 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพล อดุลยเดชพร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ วลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี  ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดโรงพยาบาลหัวเฉียว 22 ชั้น โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัว รับสั่งขณะเสด็จขึ้นไป  บนลานจอดเฮลิคอปเตอร์ว่า  “นี่เป็นโรงพยาบาลแห่งแรกนะที่สามารถนำคนไข้มาทางเครื่องบินได้”
   
          ขณะเดียวกันช่วงสิ้นปี พ.ศ. 2524 ได้มีการตั้งวิทยาลัยหัวเฉียวขึ้น โดยเปิดหลักสูตรการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะพยาบาลศาสตร์เป็นคณะแรกและพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานนามมหาวิทยาลัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งว่า มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติและเสด็จฯ ทรงประกอบพิธีเปิดมหาวิทยาลัยฯ พระราชทานทุนการศึกษา 5,000,000 บาท เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2537 และจัดตั้งเป็นกองทุนรางวัลกาญจนาภิเษก
   
          ต่อมาได้มีการเปิด คลินิกหัวเฉียวไทย-จีนแพทย์แผนไทย ริมถนนกรุงเกษม โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯทรงเปิดอาคารคลินิกหัวเฉียวฯ เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2548 และในปีถัดมาได้มีพิธีวาง ศิลาฤกษ์ก่อสร้างอาคารใหม่ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เป็นอาคารสูงเหนือพื้นดิน 4 ชั้นและจอดรถใต้ดิน 2 ชั้น ส่วนในปี พ.ศ. 2550 ได้มีการก่อสร้าง  “สวนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา” ที่ถนนเจริญราษฎร์ เขตสาทร เพื่อเฉลิมฉลองเนื่องในวโรกาสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษา และสุดท้ายปี 2552 เริ่มซ่อมแซมศาลเจ้าไต้ฮงกงก่อนจะครบรอบ 100 ปี ในปี 2553 นี้
   
          ประวัติพอสังเขปที่ได้กล่าวถึงเป็นเพียงการดำเนินงานส่วนหนึ่งเท่านั้น ยังมีการดำเนินงานสำคัญ ๆ อีกมากมายที่ไม่ได้เอ่ยถึง แต่เพียงเท่านี้ก็แสดงให้เห็นว่า “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง” ดำเนินงานสังคมสงเคราะห์มาเป็นเวลา 100 ปี หรือ 1 ศตวรรษแล้ว และ ยังคงยึดมั่นในอุดมการณ์    ที่จะสานต่อภารกิจงานด้าน สาธารณกุศลเพื่อช่วยเหลือสังคมตลอดไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด และตราบนานเท่านาน

(ที่มา : ข้อมูลจาก http://www.dailynews.co.th วันจันทร์ ที่ 25 ตุลาคม 2553)

 

กิจกรรมวันเปิดงานดังกล่าว นักศึกษาคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์และสวัสดิการสังคม มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ ได้เข้าร่วมกิจกรรม โดยมีประมวลภาพดังนี้

เดินทางไปมูลนิธิป่อเต็กตึ้งด้วยหัวใจอันชุ่มฉ่ำแห่งความสุข

 

เครื่องแบบแบบนี้ไม่ได้หาดูง่ายๆ นะครับ

 

ทำหน้าที่พนักงานต้อนรับแขกผู้มีเกียรติ

 

ตั้งใจทำหน้าที่อย่างดี

 

นี่แหละ ความโดดเด่นของเขาละ   คือ  ตั้งแถวถ่ายรูปสวยๆ ...... อะฮิ ๆๆๆ

 

ยังคงทำหน้าที่อย่างเข้มแข็ง

 

 

อีกบทบาทหนึ่งของนักศึกษาเราคือ การเป็นกรรมาการสโมสรนักศึกษา

 

ไม่ไหวแล้วค่ะ ... !!!! เมื่อยจัง ขออภัย ความสวยอาจลดลงหน่อยนะ... (อายุต่ำกว่า 13 ปี กรุณาชมด้วยวิจารณญาณ)

 

ชมภาพทั้งหมด

 

ความเห็น
ค้นหา
แสดงความคิดเห็นได้เฉพาะสมาชิกเท่านั้นนะครับ
Joomlacomment

Joomlacomment

ปรับปรุงล่าสุด วันอาทิตย์ที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๕๓ เวลา ๐๕:๑๐ น.