บันทึกการเยี่ยมเยียนจากบูนาโนกิ ประเทศญี่ปุ่น PDF พิมพ์ อีเมล
( 0 Votes )
User Rating: / 0
แย่ดีที่สุด 
เปิดอ่านทั้งหมด : 1403 ครั้ง
เขียนโดย อาจารย์โสภา อ่อนโอภาส   
วันอังคารที่ ๑๔ มิถุนายน ๒๕๕๔ เวลา ๐๙:๐๖ น.

โดย  ผศ. โสภา อ่อนโอภาส
เลขาธิการสมาคมนักสังคมสงเคราะห์ประเทศไทย
อาจารย์ประจำคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์
วันอาทิตย์ที่   29  พฤษภาคม 2554

เนื่องในโอกาสที่คณะผู้บริหารงานจากมหาวิทยาลัย  และหน่วยปฏิบัติงานด้านสังคมสงเคราะห์มาเยี่ยมและศึกษาดูงานในประเทศไทย ได้ถือโอกาสนี้พบปะนักสังคมสงเคราะห์และสมาคมนักสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ผศ. โสภาอ่อน โอภาส ในนามของเลขาธิการสมาคมนักสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยได้นำเรื่องราวและความรู้ที่ได้รับมาแลกเปลี่ยนสู่ประชาคมชาวสังคมสงเคราะห์ในประเทศไทย ดังนี้

คณะผู้บริหารสมาคมเครือข่าย บูนาโนกิ ซึ่งรับนักศึกษาสังคมสงเคราะห์ธรรมศาสตร์ฝึกงาน ในจังหวัดคุมาโมโต ประเทศญี่ปุ่นได้มาเยี่ยมเยียนแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของนักสังคมสงเคราะห์ไทยและญี่ปุ่น  ณ ห้องเรียน 103 คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ซึ่งใช้เป็นสถานที่อบรมเชิงปฏิบัติการขั้นสูงแก่นักสังคมสงเคราะห์เรื่อง เทคนิค ทักษะการทำงานกับเด็ก เยาวชนและครอบครัว แม้เป็นระยะเวลาสั้นๆแต่มีสาระแห่งการเรียนรู้ที่พอเก็บเกี่ยวมาเล่าสู่กันฟังดังนี้


คุณ Washio Etsuya ในฐานะผู้บริหารของ Japan College of Social Work ได้กล่าวว่านักศึกษาที่จบการศึกษาสังคมสงเคราะห์ประมาณ 150 คนต่อปีมีงานทำ100% แต่การสอบใบประกอบวิชาชีพนั้นค่อนข้างยากมีเพียง 60% ที่สอบผ่านและต้องใช้ความพยายามอย่างมาก


คุณ Nobuo Tomozoe ได้เล่าว่าเรียนจบสังคมสงเคราะห์ Japan College of Social Work ตั้งแต่ 1975 ทำงานมาตลอดจนอายุกว่า 70 ปีก็ยังทำงาน ได้มีโอกาสรับนักศึกษาฝึกงานจากธรรมศาสตร์มา 3 ปีแล้วได้ความรู้และความเข้าใจซึ่งเกิดจาการแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับนักศึกษา


คุณ Kobayashi จากหน่วยงานดูแลผู้สูงอายุกล่าวถึงสถานการณ์ผู้สูงอายุในญี่ปุ่น ผู้หญิงมีอายุเฉลี่ย 86 ปี แต่ผู้ที่เป็นกำลังแรงงานมีน้อยลง รัฐมีนโยบายเก็บเงินจากประชาชนที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไปเพื่อนำไปดูแลหรือจัดสวัสดิการเมื่อก้าวเข้าสู่วัยสูงอายุ อัตราการเกิดน้อยลงไม่สามารถทดแทนวัยแรงงานที่กลายเป็นคนสูงอายุ คนวัยแรงงานต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายซึ่งไม่พอเพียงกับผู้สูงอายุมากขึ้น การจะเก็บเงินจากประชาชนที่มีวัยต่ำกว่า 40 ปีอาจเป็นทางออก แต่คนเพิ่งทำงานก็มีเงินไม่มากพอที่จะเรียกเก็บในอัตราที่สูงเพื่อวัยสูงอายุ ขณะที่รัฐเองต้องเสียค่าใช้จ่าย แก่คนที่ไม่สามารถจ่ายเงินด้วยตนเองได้ซึ่งเป็นภาระของรัฐมาก


คุณ Uemura  กล่าวถึงสถานการณ์ศูนย์พิทักษ์และคุ้มครองเด็ก มีประมาณ 500 แห่งแต่ก็ยังไม่พอเพียงกับปัญหาเด็กที่ได้รับผลกระทบจากการที่พ่อแม่ต้องทำงานทั้งคู่ในภาวะเศรษฐกิจถดถอย


คุณ Osato ชื่นชมที่นักศึกษาฝึกงานจากธรรมศาสตร์ที่ไปร่วมฝึกงานแบบกินข้าวหม้อเดียวกัน นอนห้องเดียวกันกับเด็กในสถานดูแลเด็กซึ่งจะได้เข้าใจและสามารถทำงานได้จริง


คุณ Yano สตรีเดียวที่ร่วมขบวนการเยี่ยมเยียนครั้งนี้เป็นผู้บริหารโรงเรียนอนุบาลขนาดที่มีเด็ก 170 คน มีเจ้าหน้าที่ดูแลเด็กประมาณ 50 คน กล่าวว่าการที่พ่อแม่ออกไปทำงานทั้งคู่ทำให้ไม่มีคนดูแลบุตร ต้องนำมาเข้าโรงเรียนอนุบาลหรือสถานบริบาลเด็กเล็กมากขึ้นจนเจ้าหน้าที่ไม่พอเพียง


จากนั้นนายกสมาคมนักสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยได้เชิญคณะผู้เยี่ยมเยียนเข้าพูดคุยอย่างเป็นทางการที่ห้องประชุม 208 โดยกรรมการสมาคมนักสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยเข้าร่วมแลกเปลี่ยนซึ่งนายกสมาคมได้กล่าวถึงประวัติความเป็นมาของสมาคมที่ก่อตั้งมากว่า 53 ปี มีสมาชิกประมาณ 1300 คน ปฏิบัติงานในภาครัฐเป็นส่วนใหญ่ และกรรมการสมาคมชุดปัจจุบันเป็นผู้แทนจากหลากหลายกลุ่มองค์กรทั้งรัฐและเอกชน สมาคมนักสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยได้จัดอบรมเสริมสร้างและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของนักสังคมสงเคราะห์ตลอดปีและขณะนี้ได้พยามยามผลักดันให้มีใบประกอบวิชาชีพสังคมสงเคราะห์และใบประกอบโรคศิลปะสำหรับนักสังคมสงเคราะห์การแพทย์


ผู้เยี่ยมเยียนได้ตั้งข้อสังเกตว่ากรรมการสมาคมฯนั้นมีแต่ผู้หญิงแสดงว่าผู้หญิงไทยทำงานอย่างทุ่มเทเสียสละจนสามรถบริหารสมาคมได้อย่างดี ส่วนเรื่องใบประกอบวิชาชีพนั้นในประเทศญี่ปุ่นมีประสบการณ์มาก่อน  กล่าวคือก่อนปี 1980 นักสังคมสงเคราะห์ยังไม่มีใบประกอบวิชาชีพแต่เมื่อมีการประชุมนักสังคมสงเคราะห์จากทั่วโลกในญี่ปุ่นครั้งนั้นเป็นการพูดคุยถึงมาตรฐานการปฏิบัติงานของนักสังคมสงเคราะห์และเล็งเห็นความสำคัญของใบประกอบวิชาชีพที่มีประโยชน์ต่อผู้ใช้บริการ  ศาสตราจารย์เคียวโกคุเป็นคนสำคัญในการผลักดันให้นักสังคมสงเคราะห์ญี่ปุ่นได้ใบประกอบวิชาชีพเมื่อปี 1997 และเป็นใบประกอบวิชาชีพสำหรับนักสังคมสงเคราะห์การแพทย์ (Psychiatric Social Workers หรือ นักสังคมสงเคราะห์จิตเวช ) ซึ่งได้รับใบอนุญาตจากกระทรวงสาธารณสุข โดยมีเงื่อนไขว่าจะต้องเป็นผู้ปฏิบัติงานมาแล้ว 3-5 ปี เรียนสังคมสงเคราะห์ 4 ปี ( คงหมายถึงจบหลักสูตรสังคมสงเคราะห์ระดับปริญญาตรี)


การแลกเปลี่ยนประสบการณ์และความคิดเห็นด้วยระยะเวลาสั้นๆก็สร้างความสดชื่นให้กับเรา เพราะญี่ปุ่นเองยังใช้เวลานานพอสมควรกว่าจะได้มาซึ่งใบประกอบวิชาชีพ เราก็ต้องลุยกันต่อไปนะค่ะ


ปล . คณบดีคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์และสวัสดิการสังคม มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ(อาจารย์นวลใย  วัฒนกูล) และผศ.โสภาอ่อนโอภาสเข้าร่วมประชุมในฐานะกรรมการสมาคมนักสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย

ความเห็น
ค้นหา
แสดงความคิดเห็นได้เฉพาะสมาชิกเท่านั้นนะครับ
Joomlacomment

Joomlacomment

ปรับปรุงล่าสุด วันอาทิตย์ที่ ๑๐ กรกฏาคม ๒๕๕๔ เวลา ๐๓:๐๗ น.