นวัตกรรมในงานสวัสดิการสังคมและสังคมสงเคราะห์ PDF พิมพ์ อีเมล
( 0 Votes )
User Rating: / 0
แย่ดีที่สุด 
เปิดอ่านทั้งหมด : 5844 ครั้ง
เขียนโดย Administrator   
วันศุกร์ที่ ๒๘ สิงหาคม ๒๕๕๒ เวลา ๐๘:๐๘ น.

ความจำเป็นในการสร้างนวัตกรรมในงานสวัสดิการสังคมและสังคมสงเคราะห์
ดร. จตุรงค์ บุณยรัตนสุนทร*

     คำว่า "นวัตกรรม" หรือ นวกรรม มาจากคำภาษาอังกฤษว่า "Innovation" มีรากศัพท์มาจากคำในภาษาลาตินว่า “innovare” ซึ่งหมายถึง to renew, to modify อาจแปลความหมายได้ว่า ทำใหม่ หรือเปลี่ยนแปลงสิ่งใหม่ๆ ในความหมายโดยทั่วไปแล้วสิ่งใหม่ๆ อาจหมายถึงความคิด วิธีปฏิบัติ วัตถุหรือสิ่งของที่ใหม่ ซึ่งยังไม่เป็นที่รู้จักมาก่อน   

มุมมองต่อนวัตกรรมนักวิชาการตะวันตกหลายคนให้คำจำกัดความนวัตกรรมไว้หลายแง่มุม ในบทความนี้จะนำข้อคิดเห็นของนักวิชาการบางคนมาพิจารณาดังนี้ 

     Everette M. Rogers (1983) กล่าวว่า นวัตกรรมคือ ความคิด การกระทำ หรือวัตถุใหม่ ๆ ซึ่งถูกรับรู้ว่าเป็นสิ่งใหม่ๆ ด้วยตัวบุคคลแต่ละคนหรือหน่วยอื่น ๆ ของการยอมรับในสังคม การพิจารณาว่าสิ่งหนึ่งสิ่งใดเป็นนวัตกรรมนั้น Rogers ได้ชี้ให้เห็นว่าขึ้นอยู่กับการรับรู้ของแต่ละบุคคลหรือกลุ่มบุคคลว่าเป็นสิ่งใหม่สำหรับเขา ดังนั้นนวัตกรรมของบุคคลกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งอาจไม่ใช่นวัตกรรมของบุคคลอีกกลุ่มหนึ่งก็ได้ ขึ้นอยู่กับการรับรู้ของบุคคลนั้นว่าเป็นสิ่งใหม่สำหรับเขาหรือไม่ อีกประการหนึ่งความใหม่อาจขึ้นอยู่กับระยะเวลาด้วย สิ่งใหม่ๆ ตามความหมายของนวัตกรรมอาจจะหมายถึงสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่เป็นความคิดหรือการปฏิบัติที่เคยทำกันมาแล้วแต่ได้หยุดไประยะเวลาหนึ่ง ต่อมาได้มีการรื้อฟื้นขึ้นมาทำใหม่เนื่องจากเห็นว่าสามารถช่วยแก้ปัญหาในสภาพการณ์ใหม่นั้นได้ ก็นับว่าสิ่งนั้นเป็นสิ่งใหม่ได้ 

     J.A. Morton (1973) กล่าวว่า "นวัตกรรม" หมายถึง การปรับปรุงของเก่าให้ใหม่ขึ้น และพัฒนาศักยภาพของบุคลากร ตลอดจนหน่วยงาน หรือองค์การนั้น นวัตกรรมไม่ใช่การขจัดหรือล้มล้างสิ่งเก่าให้หมดไป แต่เป็นการปรับปรุง เสริมแต่ง และพัฒนาเพื่อความอยู่รอดของระบบ 

     Joseph Schumpeter (1934) นักเศรษฐศาสตร์อุตสาหกรรม กล่าวไว้ใน The Theory of Economic Development ว่า การวิจัยและพัฒนาทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจะนำไปสู่การได้มาซึ่ง นวัตกรรมทางเทคโนโลยี (Technological Innovation) เพื่อประโยชน์ในเชิงพาณิชย์  นวัตกรรมในมุมมองของ Schumpeter จึงมุ่งเน้นในการทำในสิ่งที่แตกต่างจากคนอื่นโดยอาศัยการวิจัยเป็นเครื่องมือ  

     ในบริบทของประเทศไทย การคิดเชิงนวัตกรรมได้เข้ามามีอิทธิพลเป็นอย่างมากในภาคธุรกิจที่ต้องแข่งขันกันสร้างความนิยมของผู้บริโภคในสินค้าหรือบริการของตนเพื่อให้มีส่วนแบ่งในตลาดให้มากที่สุด  ทำให้มุมมองนวัตกรรมของไทยมุ่งเน้นไปทางด้านธุรกิจเป็นสำคัญ ดังจะเห็นได้จากการให้ความหมายของสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติว่า คือแนวความคิด การปฏิบัติ หรือสิ่งต่าง ๆ ที่ใหม่ต่อตัวปัจเจกหรือหน่วยที่รับเอาสิ่งเหล่านั้นไปประยุกต์ใช้ การรวมเอากิจกรรมที่นำไปสู่การแสวงหาความสำเร็จเชิงพาณิชย์ การสร้างตลาดใหม่ ผลิตภัณฑ์ กระบวนการและการบริการใหม่ เป็นการแสวงหาผลประโยชน์ในเชิงพาณิชย์และสังคมจากความคิดใหม่นั้น 

     ปัจจุบัน แนวคิดนวัตกรรมในสังคมไทยได้แผ่ขยายออกจากภาคธุรกิจไปสู่ภาคส่วนอื่นๆ มากขึ้น เช่นนวัตกรรมทางการศึกษา ได้มีการนำเอาเทคโนโลยีการสื่อสารมาบูรณาการทำให้เกิดการศึกษาทางไกล หรือ E-learning  นอกจากนี้ ด้านโทรคมนาคมก็เกิดนวัตกรรมมากมายในวงการโทรศัพท์มือถือ ด้านบันเทิงและกีฬาก็เริ่มมีนวัตกรรมเกิดขึ้นเช่นกัน   

การใช้แนวคิดเชิงนวัตกรรมในการพัฒนางานสวัสดิการสังคมและสังคมสงเคราะห์   

     นวัตกรรมมีความสำคัญต่อการพัฒนางานสวัสดิการสังคมและสังคมสงเคราะห์เป็นอย่างยิ่ง  ทั้งนี้เนื่องจากในโลกยุคโลกาภิวัตน์ มีการเปลี่ยนแปลงในทุกด้านอย่างรวดเร็ว จึงจำเป็นต้องมีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงการดำเนินงาน สวัสดิการสังคมและสังคมสงเคราะห์จากระบบที่มีอยู่เดิมเพื่อให้เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี และสภาพสังคมที่สลับซับซ้อนมากขึ้น อีกทั้งเพื่อแก้ไขปัญหาทางสังคมที่เกิดขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ   

     ในด้านการศึกษาสวัสดิการสังคมและสังคมสงเคราะห์  การนำวิธีคิดเชิงนวัตกรรมมาประยุกต์ในระบบการเรียนการสอนจะมีส่วนช่วยให้การเรียนรู้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การส่งเสริมให้นักศึกษาเรียนรู้ด้วยตนเองมิใช่รอการบรรยายจากอาจารย์เพียงอย่างเดียว  การสอนวิธีคิดอย่างเป็นระบบ การเปิดสอนวิชาใหม่ๆ หรือแนวคิด ทฤษฎีใหม่ๆ ในยุคหลังความทันสมัย (Postmodern) เพื่อให้ได้มาซึ่งความคิดใหม่ๆ ที่สามารถนำไปเป็นแนวทางในการปฏิบัติ และการจัดกระบวนการใหม่ให้ดีขึ้น การสร้างองค์ความรู้ที่มีความเป็นสหวิทยาการ (Multidisciplinary) มากกว่าการสร้างองค์ความรู้แบบเฉพาะสาขาอย่างในรูปแบบเดิม

     หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับงานสวัสดิการสังคมและสังคมสงเคราะห์ควรปรับวิธีคิดของบุคลากรให้มีวิธีคิดเชิงนวัตกรรม (Innovative Thinking) ซึ่งจะนำไปสู่ การจัดการเชิงนวัตกรรม (Innovative Management) ที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งในสภาวะแวดล้อมอย่างปัจจุบัน การจัดการเชิงนวัตกรรมไม่ได้หมายถึงการให้ความสำคัญกับการจัดการโดยใช้เทคโนโลยี และเทคโนโลยีสารสนเทศ(Information Technology)เพียงอย่างเดียว ทั้งนี้เพราะเทคโนโลยียังไม่สามารถแก้ไขปัญหาทุกอย่างในยุคโลกาภิวัฒน์ได้  การให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีในการจัดการกับปัญหาต่างๆมากเกินไปโดยคิดว่าเป็นนวัตกรรมในการแก้ไขปัญหาทางสังคมจึงเป็นความเข้าใจที่ผิด  ในระบบราชการยังให้ความสำคัญกับแนวคิดเชิงนวัตกรรมในระดับที่น้อยมาก ทั้งนี้อาจเป็นเพราะราชการมีโครงสร้างองค์กรที่มีขนาดใหญ่ ขาดความคล่องตัว นอกจากนี้ยังขาดแคลนบุคลากรที่มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องของนวัตกรรมและการจัดการนวัตกรรม รวมทั้งมีปัญหาวัฒนธรรมองค์กรที่ไม่สามารถบูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยงานที่ทำงานคล้ายๆกันได้ ในขณะที่ภาคประชาสังคม ได้มีความพยายามในการสร้าง "นวัตกรรมทางสังคม" ที่แปลกใหม่และแตกต่างจากภาคราชการ โดยเน้นแนวความคิด กระบวนการ และการดำเนินการ ที่มีเป้าหมายเพื่อนำเสนอความเปลี่ยนแปลงระดับโครงสร้าง กลไก หรือระบบความเชื่อทางสังคม เพื่อให้ความต้องการของภาคประชาชน ซึ่งถูกเพิกเฉยโดยโครงสร้างสังคมในปัจจุบัน ได้รับการสนองตอบ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับงานสวัสดิการสังคมและสังคมสงเคราะห์จึงต้องปรับตัวเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ต้องทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการจัดการองค์กรให้เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ (Learning Organization) มากกว่าเป็นองค์กรที่เน้นในกฎระเบียบที่ตายตัวที่ไม่ตอบสนองต่อการแก้ไขปัญหาทางสังคม 

     การเกิดขึ้นและขยายตัว ขององค์กรไม่แสวงหาผลกำไร (Non-profit Organization) องค์กรการกุศล (Charitable Organization) องค์กรพัฒนาเอกชน (Non-governmental Organization)หรือ บริษัทเพื่อประโยชน์ทางสังคม (Social Enterprise) อย่างกว้างขวางทั่วโลก ล้วนแต่เป็นเครื่องยืนยันได้อย่างดีว่าการสร้าง "นวัตกรรมทางสังคม" กำลังมีความสำคัญในโลกยุคปัจจุบันมากขึ้นทุกที โดยเข้ามาช่วยลดความฉ้อฉลของระบบทางสังคม ทั้งในแง่ของโครงสร้างทางภาครัฐ และระบบตลาดของภาคเอกชน การเปลี่ยนความสมดุลทางอำนาจ และนำมาซึ่งความท้าทายทางความคิดและความเชื่อต้องการ ความใจกว้าง และการคิดถึงประโยชน์ส่วนรวม ของประชาชนทุกคนในสังคมเป็นสำคัญ การสร้างนวัตกรรมในงานสวัสดิการสังคมและสังคมสงเคราะห์ จึงเป็นแนวทางที่ดี ซึ่งจะนำความเปลี่ยนแปลงเชิงสร้างสรรค์มาสู่การทำงานสวัสดิการสังคมและสังคมสงเคราะห์ให้ดียิ่งขึ้น

แนวทางการสร้างนวัตกรรมในงานสวัสดิการสังคมและสังคมสงเคราะห์ 

     การสร้างนวัตกรรมในงานสวัสดิการสังคมและสังคมสงเคราะห์ จำเป็นต้องใช้ วิถีคิด ที่ออกนอกกรอบเดิมหรือช่องทางเดิมๆที่เคยชิน จะต้องพลิกกระบวนทัศน์ (shift paradigm) ที่มีอยู่เดิม การเรียนรู้ภายใต้กระบวนทัศน์ใหม่นี้จะสร้างมุมมองที่ค่อนข้างจะเป็นองค์รวม (holistic view) คือมองเห็นว่าปัญหาสังคม  แนวทางการพัฒนาประเทศ กลไกการพัฒนา นโยบายของรัฐ เป็นปัญหาที่เชื่อมโยงกัน การแก้ไขปัญหาต้องมองเป็นองค์รวม ไม่แยกส่วน ต้องมองว่าปัญหาสังคมเกิดจากแนวทางการพัฒนาประเทศที่ผิดพลาด ขาดความสมดุล กลไกรัฐมีความแข็งตัว ไม่สามารถแก้ปัญหาได้เพราะขาดการบูรณาการ นโยบายรัฐมุ่งเน้นการสร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจมากกว่าการสร้างความมั่นคงทางสังคม เป็นต้น  ในขณะที่กระบวนทัศน์เดิมจะมองปัญหาสังคมด้วยสายตาที่คับแคบ  คือมองว่า ปัญหาสังคมเกิดจากความยากจน เป็นปัญหาเฉพาะตัวของบุคคล ไม่เกี่ยวข้องกับแนวทางการพัฒนาประเทศ เพราะการพัฒนาแบบทันสมัยทำให้ประเทศเจริญ คนจนคือคนที่ขี้เกียจ เป็นต้น ซึ่งการมีวิธีคิดเช่นนี้จะนำไปสู่วิธีการแก้ไขปัญหาแบบเดิมๆ ไม่เกิดนวัตกรรมทางสังคม 

     นวัตกรรมในงานสวัสดิการสังคมและสังคมสงเคราะห์ที่ควรเป็นวาระสำคัญเร่งด่วนที่ควรดำเนินการมี 3 ประการ คือ

     Ø    นวัตกรรมองค์กร (Organizational Innovation) เป็นเรื่องเกี่ยวกับการกำหนดโครงสร้างและกลไกใหม่ขององค์กรเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ

     Ø    นวัตกรรมกระบวนการ (Process Innovation) เป็นเรื่องเกี่ยวกับการพัฒนากระบวนการหรือวิธีการที่แตกต่างไปจากเดิมเพื่อให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

     Ø    นวัตกรรมการบริการ (Services Innovation) เป็นเรื่องเกี่ยวกับการปรับปรุงการให้บริการที่เกี่ยวข้องกับสวัสดิการสังคมและสังคมสงเคราะห์ทั้งหมดให้ดีขึ้น 

     ปาฐกถาเรื่อง เทคโนโลยี นวัตกรรม กับการพัฒนาประเทศ ในการประชุมประจำปีของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2542 โดยสมเด็จพระเทรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี  ได้ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการคิดเชิงนวัตกรรมว่า  

                   ... คนเรานั้นจะต้องมี นวัตกรรม คือต้อง innovative หรือต้องรู้จักสร้างสรรค์ ต้องมีความพร้อมที่จะก้าวไปข้างหน้า ปรับตัวให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงของโลก แต่ว่าก็ต้องสามารถปรับโลกให้เหมาะสมสอดคล้องกับความเป็นอยู่หรือความพอใจความสุขสบายของตัวเองเหมือนกัน ต้องแก้ปัญหาด้วยความคิด พอทางหนึ่งตันก็ต้องหาทางใหม่  ไม่งอมืองอเท้า ยิ่งใน ภาวะวิกฤต ยิ่งต้องการนวัตกรรม ซึ่งไม่เฉพาะแต่นวัตกรรมทางเทคโนโลยีเท่านั้น หากแต่เป็นนวัตกรรมของทั้งระบบโดยรวม ตั้งแต่สังคม เศรษฐกิจ และวิถีชีวิตหรือวัฒนธรรม... 

     การดำเนินงานสวัสดิการสังคมและสังคมสงเคราะห์ในหลายๆ เรื่องที่ประสบปัญหาทางตัน เนื่องจากยังคิดอยู่ในกรอบเดิม เช่น การจัดสวัสดิการที่ไม่ถึง ไม่ตรง และไม่ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมาย กระบวนการดำเนินงานและบริการที่ยังไม่ได้มาตรฐาน การทำงานสงเคราะห์จนทำให้กลุ่มเป้าหมายพึ่งตนเองไม่ได้ ปัญหาคอรัปชั่นในการซื้อเครื่องอุปโภคบริโภคแจกจ่ายประชาชนที่เดือดร้อนจากภัยพิบัติต่างๆ ฯลฯ  เป็นปัญหาที่ดำรงอยู่จริงซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องใช้ความคิดเชิงนวัตกรรมและการมองแบบองค์รวมที่ต้องใช้ทั้งทางเทคโนโลยีและการปรับปรุงองค์กร ระบบ กลไก กระบวนการดำเนินงาน และการบริการ เพื่อสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆให้กับการดำเนินงานสวัสดิการสังคมและสังคมสงเคราะห์ให้ดียิ่งขึ้นทั้งในปัจจุบันและในอนาคต



* ประธานกรรมการประจำหลักสูตรบัณฑิตศึกษา คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์และสวัสดิการสังคม มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ
ความเห็น
ค้นหา
แสดงความคิดเห็นได้เฉพาะสมาชิกเท่านั้นนะครับ
Joomlacomment

Joomlacomment

ปรับปรุงล่าสุด วันอาทิตย์ที่ ๑๐ กรกฏาคม ๒๕๕๔ เวลา ๐๔:๐๗ น.