รูปแบบการจัดบริการสังคมสำหรับผู้สูงอายุและผู้พิการในชุมชม PDF พิมพ์ อีเมล
( 7 Votes )
User Rating: / 0
แย่ดีที่สุด 
เปิดอ่านทั้งหมด : 11878 ครั้ง
เขียนโดย Administrator   
วันเสาร์ที่ ๑๓ มิถุนายน ๒๕๕๒ เวลา ๐๖:๐๖ น.

รูปแบบการจัดบริการสังคมสำหรับผู้สูงอายุและผู้พิการในชุมชม :

กลุ่มพึ่งพา (Group Home)และบริการดูแลที่บ้าน (Home Care) 1

ดร.ภุชงค์  เสนานุช2

ผ.ศ.กรรณิกา ขวัญอารีย์3 

สถานการณ์และปัญหาของผู้สูงอายุและผู้พิการของประเทศไทย

          การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของประชากรทั่วโลกอย่างรวดเร็ว  ได้ส่งผลให้ประชากรที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไปเพิ่มจำนวนมากขึ้นทั้งในเชิงประมาณและสัดส่วนต่อประชากรทั้งหมด ในขณะที่ประชากรวัยเด็กลดจำนวนลงอย่างต่อเนื่อง  องค์การสหประชาชาติ (United Nations) รายงานว่าในปี ค.ศ.2002 ประชากรผู้สูงอายุทั่วโลกมีประมาณ 629 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 10          ของประชากรทั้งหมด และคาดการณ์ว่าในปีค.ศ.2050 จำนวนผู้สูงอายุจะเพิ่มขึ้นเป็น 1,963 ล้านคน คิดเป็น 22% ของประชากรทั้งหมด ซึ่งจะถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงทางสังคมอีกระลอกที่จะมีสัดส่วนและจำนวนผู้สูงอายุมากกว่าประชากรวัยเด็ก(0-14 ปี)เมื่อเทียบเป็นสัดส่วนจำนวนผู้สูงอายุต่อประชากรทั้งหมดก็จะเห็นว่าในปีค.ศ.2002 ประชากรทุกๆ10 คน จะมีผู้สูงอายุ 1 คน(10:1) และจะเป็น 5:1 ในปีค.ศ.2050 โดยในทวีปเอเชียจะมีผู้สูงอายุอาศัยอยู่มากที่สุด (54%) รองลงมาคือทวีปยุโรป(24%) และขณะนี้ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุต่อจำนวนประชากรทั้งประเทศมากที่สุดในภูมิภาคเอเชียคือประมาณ 31 ล้านคนจากประชากรทั้งหมด 129 ล้านคน(ร้อยละ 24) และจะเพิ่มเป็น 46 ล้านคน(ร้อยละ 42)ในปีค.ศ. 2050 ในขณะที่ประเทศไทยมีจำนวนผู้สูงอายุแล้วประมาณ 5.5 ล้านคน(ร้อยละ 8) และจะเพิ่มเป็น 22 ล้านคน(ร้อยละ27)ในปีค.ศ.2050สาเหตุสำคัญประการหนึ่งที่ส่งผลต่อการเพิ่มขึ้นของประชากรผู้สูงอายุก็เนื่องมาจากความเจริญก้าวหน้าทางด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์และสาธารณสุข ทำให้ประชากรโลกมีอายุโดยเฉลี่ยเพิ่มขึ้น

          อนาคตอันใกล้นี้ประเทศไทยจะได้ชื่อว่า “เป็นสังคมผู้สูงอายุ” (Ageing Society) มองไปทางไหน          ก็จะพบแต่ผู้สูงอายุ ในขณะที่สังคมไทยได้เปลี่ยนจากสังคมเกษตรกรรมเป็นสังคมอุตสาหกรรม สังคมเมืองจะเข้ามาแทนที่สังคมชนบท ปัจจุบันผู้สูงอายุมีบุตรโดยเฉลี่ย 5 คน  ดังนั้นผู้สูงอายุเกือบร้อยละ 50จะอยู่ในครอบครัวขยายที่มีสามรุ่นอายุคน คือ ตัวผู้สูงอายุเอง ลูกและหลาน อีกหนึ่งในสามอยู่ใน 2 รุ่นอายุ คือ ตัวผู้สูงอายุกับลูกที่สมรส  นอกจากนี้ยังมีผู้สูงอายุราวร้อยละ 4 ที่อาศัยอยู่เพียงลำพัง  ในอนาคตผู้สูงอายุจะมีจำนวนบุตรเฉลี่ยลดลงจำนวน 2 คน

          ฉะนั้นครอบครัวขยายในอนาคตจะลดลงและแนวโน้มที่ผู้สูงอายุจะอยู่ในลักษณะครอบครัวเดี่ยวและอยู่โดยลำพังสูงขึ้น ในขณะเดียวกันการช่วยเหลือเกื้อกูลและการพึ่งพาอาศัยกันภายในครอบครัวของสังคมไทยก็จะค่อยๆลดความเข้มแข็งลง มีการประมาณว่ามีผู้สูงอายุประมาณ 2 แสนกว่าคนที่อยู่ในภาวะยากจนเนื่องจากไม่มีรายได้และหลักประกันในชีวิต  

          ในขณะเดียวกันจำนวนผู้พิการของประเทศไทยก็ได้เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงสามทศวรรษที่ผ่านมา จากปี 2513 มีจำนวนผู้พิการประมาณ 142,000 คน เพิ่มเป็น 367,500 คนในปีพ.ศ.2524  เพิ่มเป็น 1,057,000 คนในปีพ.ศ.2534 และเป็น 1,100,800 คน ในปีพ.ศ. 2544 (สำนักงานสถิติแห่งชาติ, 2544)

          ผู้พิการเหล่านี้มีมากกว่าร้อยละ 50 ที่ไม่ได้รับการศึกษาเนื่องจากไม่มีโรงเรียนใกล้บ้านที่จะรับเด็กเหล่านี้ได้ เด็กพิการบางคน แม้ได้รับคําแนะนําให้ส่งเด็กไปอยู่โรงเรียนประจําสําหรับเด็กพิการโดยเฉพาะ แต่ก็ไม่ปฏิบัติตาม เพราะเป็นห่วงว่าจะได้รับการเลี้ยงดูที่ไม่ดี  ผู้พิการทางสติปัญญาส่วนใหญ่อยู่ในครอบครัวเดี่ยว บางครั้งคนพิการจะถูกขังไว้ในห้องหรือพื้นที่ที่จัดทําไว้เฉพาะ บางคนถูกเชือกหรือผ้าล่ามไว้ และส่วนใหญ่มีฐานะทางเศรษฐกิจค่อนข้างยากจน มีอาชีพทําสวน ทําไร่ หรือรับจ้าง  ไม่ได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่องจากโรงพยาบาลเฉพาะเพราะไม่สามารถแบกรับภาระค่าเดินทางที่ค่อนข้างมากได้  ส่วนใหญ่จึงรักษาที่สถานีอนามัยหรือโรงพยาบาลประจําจังหวัด (สถาพร มงคลศรีสวัสดิ์ และคณะ, 2549) ครอบครัวที่มีลูกพิการมักจะเห็นว่าเป็นเรื่องของเวรกรรมหรือพระเจ้าเป็นผู้กําหนด บางคนรู้สึกเสียใจ ผิดหวัง น้อยเนื้อตํ่าใจ เหนื่อย และบางครั้งรู้สึกอยากตาย  รอรับความช่วยเหลือตามที่หน่วยงานหยิบยื่นให้ ซึ่งบุคคลเหล่านี้ขาดความรู้ความเข้าใจในเรื่องการช่วยเหลืออย่างแท้จริง และกลไกของรัฐในท้องถิ่นขาดการสนับสนุนที่ดีจากส่วนกลาง  (สุภรธรรม มงคลสวัสดิ์และคณะ, 2549) นอกจากนี้ผู้พิการจำนวนมากที่ต้องประสบปัญหาในการประกอบอาชีพเพื่อหารายได้มาเลี้ยงตนเอง มักจะถูกปฏิเสธไม่ให้ทำงาน โดยการกำหนดลักษะงานหรือกําหนดอาชีพเพื่อให้คนพิการทํา ทําให้คนพิการมักถูกปฏิเสธไม่ให้ทํางานอื่น  นอกจากนี้ยังมีการกําหนดคุณสมบัติหรือลักษณะต้องห้ามในการประกอบอาชีพไว้ในบทบัญญัติของกฎหมาย เช่น กายพิการ กายทุพพลภาพ ไม่สมประกอบ หูหนวก มีกายหรือจิตที่ไม่เหมาะสมจะเป็นข้าราชการ เป็นต้น(วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ และคณะ, 2549)

          จากสถานการณ์ปัญหาข้างต้นแสดงให้เห็นว่าสภาวสุขภาพและจิตใจ แลระบบการดูแลทางสังคมต่อผู้สูงอายุและผู้พิการมีแนวโน้มเข้าสู่ภาวะวิกฤต และทุกขภาวะเพิ่มขึ้น

แนวความคิดของ การจัดบริการสังคมแบบกลุ่มพึ่งพา (Group Home)

          แนวคิดนี้เกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกาช่วงต้นค.ศ.1970เพราะผู้สูงอายุได้เพิ่มจำนวนสูงขึ้น       อย่างรวดเร็ว(ปัจจุบันมีประชากรผู้สูงอายุประมาณ 47 ล้านคน หรือ ร้อยละ16 ของประชากรทั้งหมด) ทำให้บริการทางสังคมที่มีอยู่ในขณะนั้นไม่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้สูงอายุได้อย่างทั่วถึงบริการสังคมแบบกลุ่มพึ่งพา (Group Home) จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้สูงอายุที่โดดเดี่ยว ต้องการสังคม เพื่อน และความช่วยเหลือในด้านต่างๆ

1.  ลักษณะสำคัญของบริการสังคมแบบกลุ่มพึ่งพา

          สำนักผู้สูงอายุของรัฐแมรี่แลนด์(Maryland, Department of Aging) ได้ดำเนินงานโครงการช่วยเหลือผู้สูงอายุแบบกลุ่มพึ่งพา( Senior Assisted Group Home Subsidy Program) ได้อธิบายลักษณะของโครงการว่า เป็นโครงการที่ช่วยเหลือผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อยและปานกลาง โดยการจัดหาที่พักอาศัยให้เข้าไปอยู่ในบ้านที่ออกใบอนุญาตให้โดยสำนักอนามัย (Department of Health and Mental Hygiene) โดยมีสมาชิกที่อยู่ร่วมกันระหว่าง 4-16 คน รัฐบาลท้องถิ่นจะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการดำรงชีพให้แก่บุคคลที่มีคุณสมบัติตามที่กำหนด ได้แก่ ค่าอาหาร (Meals) การดูแลส่วนบุคคล และการให้การดูแลตลอด 24 ชั่วโมง สำหรับผู้สูงอายุที่ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ ทั้งนี้สำนักผู้สูงอายุจะเป็นผู้ติดตามประเมินผลการดำเนินงานโครงการดังกล่าว สำหรับผู้ที่ได้รับสิทธิในการรับบริการดังกล่าวจะต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติดังนี้ มีอายุอย่างน้อย 62 ปี มีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพทางร่างกายหรือจิตใจ และมีความจำเป็นหรือต้องการความช่วยเหลือ  รวมทั้งเป็นผู้ที่มีรายได้ตามที่กำหนดและมีสิทธิได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลท้องถิ่น

          สำนักงานสาธารณสุขรัฐอิลินอยส์(Illinois Department of Public Health) ได้อธิบายลักษณะของกลุ่มพึ่งพาไว้ว่า เป็นบ้านสำหรับผู้สูงอายุ ที่มีลักษณะการจัดเตรียมห้องพักไว้บริการไม่เกิน 16 คน มีการจัดอาหารให้อย่างน้อยหนึ่งมื้อ มีบริการดูแลทำความสะอาดที่พัก และมีห้องรวม (Community room)สำหรับการทำกิจกรรมร่วมกัน โดยผู้สูงอายุจะรับผิดชอบในการดูแลตนเอง รวมทั้งด้านการรับประทานอาหาร นอกจากนี้ยังมีบริการการดูแลเฉพาะบุคคล เช่น การช่วยเหลืออาบน้ำ หรือการดูแลเรื่องการรักษาพยาบาล ซึ่งผู้ที่จะทำหน้าที่ดังกล่าวจะต้องเป็นบุคคลที่ได้รับอนุญาต(Licensed)ตามกฎหมายเท่านั้น

          Olive Evans (1988) อธิบาย การบริการทางสังคมแบบกลุ่มพึ่งพาของ Dexter House          ซึ่งดำเนินงานโดยองค์กรเอกชน ในรัฐนิวเจอร์ซี่ว่า มีลักษณะเป็นบ้านสองชั้น แต่ละชั้นประกอบด้วย ห้องน้ำ ห้องครัว ห้องรับประทานอาหาร และห้องส่วนตัว ผู้อาศัยเป็นผู้สูงอายุทั้งหมด มีผู้ชาย 4 คนจะพักอยู่ชั้นล่าง และผู้หญิง 3 คนจะพักอยู่ชั้นบน ทุกคนล้วนเป็นคนแปลกหน้าที่มาอาศัยอยู่ในบ้านร่วมกัน ราคาห้องพักก็ไม่แพงมากนัก และผู้สูงอายุสามารถจ่ายได้                 แต่จะต้องรับผิดชอบตัวเองในด้านการทำอาหาร และการทำความสะอาด ผู้สูงอายุจะต้องมีหนังสือรับรองว่ามีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์  ผู้สูงอายุจะอยู่ร่วมกันในลักษณะของการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เช่น การทำอาหารรับประทานร่วมกัน การฝากกันซื้อข้าวของ การแลกเปลี่ยนประสบการชีวิตร่วมกัน หรือแม้แต่การถกเถียงการเมืองร่วมกัน เนื่องจากว่าผู้หญิงกับผู้ชายจะพักอยู่ในบ้านหลังเดียวกัน ปัญหาเรื่องอารมณ์และเพศสัมพันธ์เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ทางบ้านก็ไม่ได้มีข้อห้ามในเรื่องนี้แต่อย่างใด เนื่องจากเห็นว่าผู้สูงอายุเหล่านี้มีประสบการณ์และมีความรู้เป็นอย่างดี

         บริการสังคมแบบกลุ่มพึ่งพาในประเทศสวีเดน (Inlasningstjansten, 2002) เป็นบริการด้านที่อยู่อาศัยมีลักษณะเป็นอพาตเม้นท์ขนาดเล็กที่ประกอบไปด้วย ห้องครัว ห้องอาหาร ห้องนั่งเล่นและใช้ร่วมกัน มีเจ้าหน้าคอยช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนใหญ่จะจัดให้สำหรับผู้สูงอายุที่เป็นมีอาการของโรคความจำเสื่อม

         ส่วนในประเทศญี่ปุ่น (Ministry of Foreign Affairs,2006)อธิบายบริการสังคมแบบกลุ่มพึ่งพาว่า เป็นบริการให้เช่าที่พักอาศัยสำหรับผู้สูงอายุที่มีอาการของโรคความจำเสื่อม ซึ่งมีลักษณะเป็นอพาตเม้นท์ แต่ละชั้นประกอบไปด้วย 8 ยูนิต ผู้สูงอายุจะประกอบอาหารเช้า กลางวันด้วยตัวเองและรับประทานด้วยกัน โดยการช่วยเหลือของเจ้าหน้าที่ ห้องครัวและห้องอาหารจะใช้ร่วมกัน ผู้สูงอายุจะต้องรับผิดชอบในการทำความสะอาดบริเวณที่พักของตนเองและเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ที่จัดขึ้นเท่าที่สามารถจะทำได้ โดยการดูแลของเจ้าหน้าที่ ผู้สูงอายุสามารถนำเฟอร์นิเจอร์มาใช้ได้เท่าที่พื้นที่มีให้ในแต่ละยูนิต ห้องนอนจะเป็นห้องสไตล์ญี่ปุ่นและมีห้องน้ำส่วนตัว

         จากที่กล่าวมาสามารถสรุปลักษณะสำคัญของบริการทางสังคมแบบกลุ่มพึ่งพาได้ดังนี้        เป็นบริการทางเลือกสำหรับการดูแลผู้สูงอายุที่ขาดผู้ดูแล ช่วยให้ผู้สูงอายุที่โดดเดี่ยวได้อยู่ร่วมกับผู้อื่น มีสังคม เพื่อน และมีบริการด้านที่พักอาศัยสำหรับกลุ่มผู้สูงอายุเป็นกลุ่มขนาดเล็กตั้งแต่ 4-16 คน โดยผู้สูงอายุจะต้องมีสุขภาพสมบูรณ์ และสามารถดูแลตนเองได้ แต่ในกรณีที่ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ทั้งหมด ก็จะมีบริการเฉพาะบุคคล โดยการดูแลอย่างใกล้ชิดจากเจ้าหน้าที่ที่ผ่านการอบรม เน้นให้กลุ่มผู้สูงอายุ ดูแลและช่วยเหลือตนเอง รวมทั้งพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน ตามความสามารถของแต่ละคน เป็นบริการทางเลือกที่มีค่าใช้จ่ายถูกกว่าและมีบริการเฉพาะเท่าที่จำเป็นต่อความต้องการ ที่สำคัญสามารถกระจายการให้บริการได้อย่างกว้างขวาง แม้แต่ในชุมชนทีมีขนาดเล็ก และอยู่ห่างไกล เนื่องจากต้นทุนในการดำเนินงานค่อนข้างถูก และสามารถดำเนินการได้โดย รัฐบาล  องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรพัฒนาเอกชนหรือองค์กรสาธารณประโยชน์ โบสถ์ ภาคธุรกิจ  และองค์กรภาคประชาชนในชุมชน แต่ต้องมีหน่วยงานของภาครัฐที่เกี่ยวข้องทำหน้าที่ในการกำกับดูแลเพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีคุณภาพและมาตรฐาน

2. แนวความคิดของ การจัดบริการสังคมแบบบริการดูแลที่บ้าน (Home Care)

          การจัดบริการสังคมแบบบริการดูแลที่บ้านโดยทั่วไปจะใช้แนวคิดการจัดบริการและฟื้นฟูสมรรถภาพโดยชุมชน เป็นหลักสำคัญในการทำงานโดยจะเน้นการฟื้นฟูสมรรถภาพเป็นกลยุทธ์ในการเพิ่มพูนคุณภาพชีวิตของคนพิการ ผู้สูงอายุทั้งทางร่างกาย จิตใจ สติปัญญาและสังคม         ซึ่งมีเป้าหมายให้ได้รับการฟื้นฟูในด้านต่างๆ  เช่นการรักษาพยาบาล การศึกษา การฝึกงาน อาชีพ         มีงานทำ สามารถใช้ชีวิตอยู่ในสังคมทั่วไปได้ การจัดทำบริการต่างๆ โดยมีบุคคล 3 ส่วนด้วยกันคือ  1) บุคคลตามกลุ่มเป้าหมาย  2)ชุมชน ครอบครัว เพื่อนบ้าน กลุ่ม   และ 3) เจ้าหน้าที่ผู้ให้บริการ   โดยบุคคลทั้ง 3 กลุ่มนี้จะต้องมีความพร้อมในการรับข้อมูลข่าวสาร  การฝึกอบรม การใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม การกระตุ้นให้กลุ่มเป้าหมายมีกำลังใจ  ซึ่งเป็นการสร้างโอกาสให้กลุ่มเป้าหมายเท่าเทียมคนปกติ สร้างแหล่งทรัพยากรในชุมชน (วริยาภรณ์ พรนภดล, 2544 )

          ในการดำเนินโครงการฟื้นฟูสมรรถภาพโดยชุมชนจำเป็นต้องปรับทัศนคติและพฤติกรรมของคนในชุมชนให้สามารถช่วยเหลือผู้สูงอายุและผู้พิการได้ทั้งเรื่องการแพทย์ รายได้ ความมั่นคงในสังคม การศึกษา สิทธิทางกฎหมาย และการมีส่วนร่วมในสังคม โดยกลุ่มเป้าหมายครอบครัวตลอดจนชุมชนคือศูนย์กลางของกิจกรรม ใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในชุมชน ใช้เทคโนโลยี่ที่เหมาะสม ซึ่งแต่ละพื้นที่จะมีรูปแบบการดำเนินงานที่ต่างกัน ขึ้นอยู่กับภูมิปัญญาของท้องถิ่นความต้องการเฉพาะของพื้นที่และทรัพยากรที่มีอยู่ โดยมีลักษณะและรูปแบบการจัดบริการที่สำคัญได้แก่

  1. การให้บริการในสถาบัน เป็นการบริการในสถานสงเคราะห์ โรงพยาบาล เน้นที่บทบาทของผู้ให้บริการ โดยที่คนพิการจะได้รับการบำบัดฟื้นฟูสมรรถภาพโดยผู้เชี่ยวชาญ
  2. การให้บริการแบบจัดหน่วยเคลื่อนที่จัดผู้เชี่ยวชาญไปให้บริการในชุมชนยังคงเน้นบทบาทผู้ให้บริการ
  3. การให้บริการโดยการจัดตั้งเป็นศูนย์บริการในชุมชน ส่วนใหญ่จะเป็นสาขาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มเปาหมายหรือสถานสงเคราะห์ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อขยายบริการให้แก่กลุ่มเป้าหมายในชุมชน
  4. การให้บริการโดยใช้ครอบครัวเป็นฐาน เป็นการบริการที่เน้นการทำงานกับกลุ่มเป้าหมายเป็นรายกรณีที่บ้าน
  5. การให้บริการฟื้นฟูสมรรถภาพโดยชุมชนเน้นการเปิดโอกาสให้กลุ่มเป้าหมาย ครอบครัว ชุมชน มีส่วนร่วมในการดำเนินการ เพื่อให้การบริการ และฟื้นฟูครบวงจร ทั้งการแพทย์ ศึกษา อาชีพ และสังคม 

4. แนวทางการดำเนินงานการจัดบริการสังคมรูปแบบกลุ่มพึ่งพา และบริการดูแลที่บ้าน

           การจัดบริการดูแลผู้สูงอายุและผู้พิการยังคงประสบปัญหาเนื่องจากระบบบริการทางสังคมที่มีอยู่ยังขาดประสิทธิภาพ ดังนั้นระบบการบริการที่เหมาะสมสำหรับการจัดการดูแลผู้สูงอายุและผู้พิการในรูปแบบ  Group Home และ Home Care จึงเป็นรูปแบบที่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันมากที่สุด เพราะเป็นการจัดบริการสังคมมุ่งเน้นให้กลุ่มเป้าหมาย (ผู้พิการและผู้สูงอายุ) ครอบครัว ชุมชนและองค์กรท้องถิ่น ได้เข้ามามีส่วนร่วมรับผิดชอบในการจัดบริการ ภายใต้ขอบเขตความรับผิดชอบขององค์กรที่เหมะสมควรเป็นดังนี้

      1. ความรับผิดชอบในระดับท้องถิ่น   องค์กรท้องถิ่นควรเป็นผู้ดำเนินการเพื่อสนองตอบความต้องการของประชาชนในท้องถิ่น  เช่นการกำหนดรูปแบบบริการ สนับสนุนทรัพยากร และการบริหารจัดการ เพื่อให้ตอบสนองความต้องการของผู้สูงอายุและผู้พิการได้อย่างเหมาะสม

      2. ความรับผิดชอบในระดับชุมชน   การดูแลผู้สูงอายุและผู้พิการในท้องถิ่นโดยรูปแบบGroup Home และHome Care จะมีประสิทธิภาพเพียงใดนั้นขึ้นอยู่กับความพร้อมของสมาชิกในชุมชน  ต้องเรียนรู้และเข้าใจสภาพปัญหาของผู้สูงอายุและผู้พิการในชุมชน รวมทั้งมีบทบาทกระตุ้นให้สมาชิกชุมชนตระหนักถึงความต้องการการดูแลร่วมกัน โดยการเข้ามามีส่วนร่วมเสนอความต้องการ การบริการ ตลอดจนการประเมินและตรวจสอบคุณภาพการจัดบริการ

      รูปแบบการจัดบริการสวัสดิการสังคมแบบกลุ่มพึ่งพาและการดูแลที่บ้านที่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัญหาและความต้องการของผู้สูงอายุและผู้พิการในชุมชนมีองค์ประกอบที่ควรพิจารณา 4 ส่วนดังนี้

      ส่วนที่ 1.  ฐานแนวคิดของการดำเนินการ จะมุ่งเน้นและให้ความสำคัญ การประสานความร่วมมือในการดูแลและพัฒนาศักยภาพ ผู้สูงอายุและผู้พิการอย่างมีส่วนร่วมระหว่าง ครอบครัว ชุมชน ภาครัฐและเอกชน  การดำรงรักษาวัฒนธรรมที่เน้นความเอื้ออาทรระหว่างคนในชุมชน  และการนำทุนทางสังคมในมาใช้อย่างคุ้มค่า

    เป้าหมาย

  1. เพื่อให้ผู้สูงอายุ/ผู้พิการในชุมชนได้รับการดูและพัฒนาศักยภาพ ให้ดำรงชีวิตอยู่ในครอบครัว และชุมชนได้อย่างมีความสุขและสมศักดิ์ศรี 
  2. มีกระบวนการให้การช่วยเหลือดูแลพัฒนาศักยภาพให้เป็นไปตามความเหมาะสมและสอดคล้องกับสภาพปัญหา ความต้องการของผู้สูงอายุ/ผู้พิการและครอบครัว  
  3. ส่งเสริมให้เกิดความเข้มแข็งของการประสานงานระบบเครือข่ายในพื้นที่  
  4. สนับสนุนให้องค์กรบริหารส่วนท้องถิ่น เครือข่ายในชุมชนมีบทบาทในการจัดบริการสวัสดิการสังคมแบบกลุ่มพึ่งพาและการดูแลที่บ้านสำหรับผู้สูงอายุและผู้พิการในชุมชนอย่างต่อเนื่อง   
  5. การดำเนินงานต้องคำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดที่จะมีต่อผู้สูงอายุ/ผู้พิการ

   พื้นที่ดำเนินการ

  1. เป็นพื้นที่ที่ผู้สูงอายุ/ผู้พิการถูกทอดทิ้ง ขาดผู้ดูแล ได้รับการดูแลที่ไม่ถูกต้องและต้องการพัฒนาศักยภาพ
  2. มีขนาดไม่เกินตำบล
  3. หน่วยงานในพื้นที่ให้การสนับสนุน มีความพร้อมและตระหนักถึงคุณค่าของการจัดบริการสวัสดิการสังคมแบบกลุ่มพึ่งพาและการดูแลที่บ้านสำหรับผู้สูงอายุและผู้พิการในชุมชน

   ผลที่จะได้รับ

  1. การพัฒนาการจัดบริการสวัสดิการสังคมในชุมชน
  2. เกิดระบบการเฝ้าระวังทางสังคม
   ส่วนที่ 2    หน่วยงาน/กลุ่มที่เกี่ยวข้องในการดำเนินงาน
  • หน่วยงานรับผิดชอบโดยตรง  คือหน่วยงานที่ริเริ่มดำเนินการในพื้นที่  เป็นหน่วยงานที่มีศักยภาพเพียงพอต่อการประสานงานและดำเนินงาน  ได้แก่  องค์การบริหารส่วนตำบล กลุ่มหรือองค์กรชุมชน โดยมีบทบาทที่สำคัญ ได้แก่
    1. ริเริ่มการดำเนินงานในพื้นที่
    1. ส่งเสริม ประสานงานและสนับสนุน การดำเนินงานกับองค์กรเครือข่ายและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
    2. นิเทศงานฝ่ายต่างๆได้
    3. สนับสนุนเงิน บุคลากรและทรัพยากรในการดำเนินงาน
    4. ติดตามประเมินผลการดำเนินงาน รายงานภาพรวมให้กับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องทราบ
  1. หน่วยงานสนับสนุน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเครือข่าย   คือหน่วยงาน องค์กร สถาบัน กลุ่มบุคคล ฯ ที่ให้การสนับสนุนการดำเนินการของหน่วยงานรับผิดชอบตรง

      2.1 หน่วยงานส่วนกลาง

  • กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ดูแลเรื่อง การพัฒนาตนเองและการมีส่วนร่วมกิจกรรมทางสังคม การช่วยเหลือและพัฒนารูปแบบการจัดบริการสำหรับผู้สูงอายุในด้านต่างๆ
  • กระทรวงการคลัง ดูแลด้านการให้สิทธิลดหย่อนภาษีรายได้บุคคลธรรมดาแก่ผู้อุปการะเลี้ยงดูบุพการี ซึ่งเป็นผู้สูงอายุที่ไม่มีรายได้เพียงพอแก่การยังชีพ
  • กระทรวงสาธารณสุข ดูแลด้านการบริการทางการแพทย์แลสาธารณสุข
  • กระทรวงมหาดไทย ดูแลเรื่องการสงเคราะห์เบี้ยยังชีพ และ ความปลอดภัยของผู้สูงอายุในอาคาสถานที่
  • กระทรวงแรงงาน ดูแลด้านการประกอบอาชีพหรือฝึกอาชีพที่เหมาะสม
  • กระทรวงศึกษาธิการ ดูแลเรื่อง การศึกษา ศาสนา และข้อมูลข่าสาร
  • กระทรวงคมนาคม ดูแลเรื่องการช่วยเหลือด้านค่าโดยสาร และความปลอดภัยในยานพาหนะ
  • การทรวงยุติธรรม ดูแลด้านการให้คำแนะนำปรึกษา ดำเนินการที่เกี่ยวข้องในทางคดี
  • กระทรวงการท่องเที่ยวและการกีฬา  ดูแลด้านการจัดบริการเพื่ออำนวยความสะดวก สถานที่ท่องเที่ยวและกิจกรรมกีฬา นันทนาการ

      2.2 หน่วยงานส่วนภูมิภาคและท้องถิ่น

  • ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุ เป็นหน่วยงานที่ได้จัดตั้งขึ้นมาใหม่ เพื่อพัฒนาบริการการสังคมสำหรับผู้สูงอายุ โดยการปรับเปลี่ยนภารกิจของสถานสงเคราะห์คนชราเดิม            ด้วยการเน้นการปฏิบัติงานใน 6 ด้าน คือ ศูนย์ข้อมูลและสารสนเทศงานสวัสดิการผู้สูงอายุ              ศูนย์ฝึกอบรมและพัฒนา  ศูนย์ การเรียนรู้  ศูนย์การจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุแบบสถาบัน           ศูนย์การจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุในชุมชน ศูนย์บริการให้คำแนะนำปรึกษาและส่งต่อ ปัจจุบันมีทั้งหมด 11 ศูนย์ ได้แก่ ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการผู้สูงอายุ กรุงเทพฯ ปทุมธานี  ชลบุรี  สงขลา ยะลา ภูเก็ต  ขอนแก่น บุรีรัมย์  นครพนม  เชียงใหม่ และลำปาง
  • สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด เป็นศูนย์ข้อมูล และประสานงาน ด้านสวัสดิการสังคม และสังคมสงเคราะห์ของจังหวัด  ให้บริการสงเคราะห์ ฟื้นฟู พัฒนา และคุ้มครองสวัสดิภาพ ประชาชน ผู้ทุกข์ยาก เดือดร้อน และประสบปัญหา ทางสังคมทุกประเภท เช่น เด็ก สตรี คนพิการ คนชรา คนไร้ที่พึ่ง และขอทาน เป็นต้น การดำเนินการ ด้านมาตรการป้องกัน และแก้ไขปัญหาสังคม รวมทั้งการ ดำเนินงาน ให้การสงเคราะห์ ช่วยเหลือราษฎร ผู้ประสบ                สาธารณภัยต่าง ๆ
  • ศูนย์พัฒนาสังคมจังหวัด สำนักพัฒนาสังคม กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ                เป็นหน่วยงานที่จัดตั้งขึ้นมาใหม่เพื่อเป็นองค์กรหลักในการพัฒนาสังคม   และให้บริการสวัสดิการและสังคมสงเคราะห์แก่ผู้ด้อยโอกาส คนไร้ที่พึ่งและผู้ประสบปัญหาสังคม ครอบคลุมทุกพื้นที่ 75 จังหวัด เพื่อให้สามารถพึ่งตนเองได้   พัฒนารูปแบบ  วิธีการให้บริการ และสนับสนุนวิชาการด้านการพัฒนาสังคมและสวัสดิการ รวมทั้งสนับสนุนให้ภาคีทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคมและบริการสวัสดิการสังคม
  • สถานีอนามัยประจำตำบล เป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่ในการรักษา การป้องกัน การดูแลและส่งเสริมด้านสุขภาพของผู้สูงอายุและผู้พิการในชุมชน
  • โรงเรียนช่วยเหลือเรื่องการฝึกอาชีพ ให้คำปรึกษา ให้ความรู้ พัฒนาศักยภาพปราชญ์ชาวบ้าน
  • องค์กรชุมชน   สงเคราะห์เงิน สิ่งของ  ฝึกอาชีพ  จัดหางาน
  • องค์กรพัฒนาเอกชน   สงเคราะห์เงิน  ปรึกษาแนะนำให้ความรู้ ให้การฟื้นฟูบำบัด/รักษาพยาบาล ฝึกอาชีพ จัดหางาน
  • สถาบันศาสนา(เช่นวัด มัสยิด โบสถ์ฯลฯ) ช่วยเหลือเงิน สิ่งของสถานที่ บุคลากรให้การฟื้นฟูบำบัดรักษา
  • องค์กรเอกชน  ช่วยเหลือเงินสงเคราะห์ สิ่งของ  อาคารสถานที่
  • 3.ศูนย์สนับสนุนการปฏิบัติงาน

      3.1 ในระดับพื้นที่  เป็นหน่วยงานหลักในพื้นที่ที่ที่ตั้งเป็นรูปคณะกรรมการ ทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงให้การสนับสนุนช่วยเหลือผู้ปฏิบัติงานอย่างใกล้ชิด   เช่นตัวแทนอผส. อพมก.  อบต.  สถานีอนามัย นักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ ปราชญ์ชาวบ้านและ หัวหน้าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดับอำเภอ โดยมีบทบาทดังนี้

  • ส่งเสริมสนับสนุนการทำงานของผู้ปฏิบัติงาน
  • ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
  • สนับสนุนเงิน และทรัพยากรเพื่อการดำเนินงาน
  • ส่งเสริมองค์ความรู้และทักษะในการปฏิบัติงาน
  • ติดตามประเมินผลในการปฏิบัติงาน       

ในระดับภูมิภาค เป็นกลไกสนับสนุนระดับจังหวัดต่องานในพื้นที่  มีการจัดเป็นรูปคณะกรรมการ ประกอบด้วย  ตัวแทน อผส. อพมก.ในพื้นที่  นักสังคมสงเคราะห์  นักจิตวิทยา  นักกายภาพบำบัด  พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด  ศูนย์พัฒนาสังคมจังหวัด              ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุจังหวัด โดยมีบทบาท ดังนี้ 1)ให้คำแนะนำช่วยเหลือเรื่องของเทคนิคการทำงาน   2)ให้การสนับสนุนเชิงนโยบาย และ 3) ดูแลประสานงานเชื่อมต่อเครือข่ายในระดับท้องที่กับภูมิภาค

4.  ผู้ปฏิบัติงาน

          4.1  อาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน(อผส.)  เป็นผู้ต้องมีความรู้ในการดูแลผู้สูงอายุก่อนการปฏิบัติหน้าที่ เช่นเข้ารับการอบรมหลักสูตรพื้นฐาน เพื่อเป็นอผส. การอบรมความรู้ในการดูแลผู้สูงอายุ

          4.2.อาสาสมัครพัฒนาสังคมช่วยเหลือคนพิการ (อพมก.)  เป็นผู้ที่ต้องมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับคนพิการประเภทต่างๆ ได้รับการอบรมเพื่อช่วยเหลือฝึกทักษะที่จำเป็นสำหรับ             คนพิการ   สามารถแนะนำผู้ปกครองได้ มีบทบาทดังนี้  1) ช่วยให้ผู้สูงอายุ ผู้พิการเข้าถึงบริการต่างๆตามสิทธิในพรบ.การฟื้นฟูสภาพคนพิการ และพรบ.  ผู้สูงอายุ  2)ให้การดูแลผู้สูงอายุ ผู้พิการที่ขาดผู้ดูแลถูกทอดทิ้งหรือช่วยตัวเองไม่ได้ และได้รับการดูแลที่ไม่ถูกต้องได้รับการช่วยเหลือฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพ อย่างเท่าเทียมและเหมาะสม  3)ให้ความรู้แก่สมาชิกในครอบครัว ประชาชนในชุมชนเพื่อการดูแลผู้สูงอายุ ผู้พิการ และ4)เป็นสื่อกลางในการนำ ประสาน ส่งต่อ บริการสวัสดิการสังคมในชุมชน

          4.3.  นักสังคมสงเคราะห์  เป็นผู้ที่มีความรู้เกี่ยวกับเรื่องการบริหาร จัดการ งานสวัสดิการสังคม มีทักษะการพิทักษ์สิทธิผู้ด้อยโอกาส มีความรู้ความเข้าใจงานพัฒนาชุมชนและมีทัศนคติที่ดีต่อวิชาชีพ

          4.4.  นักจิตวิทยา เป็นผู้ที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญในวิชาชีพเป็นอย่างดี  สามารถวิเคราะห์สภาพปัญหากับบุคลิกภาพที่ปรากฏและหาแนวทางในการพัฒนาได้โดยมีบทบาทดังนี้    
         
1) สามารถเป็นผู้เชื่อมประสานความต้องการของ อผส. อพมก.ผู้พิการ
          2) ผู้สูงอายุ ครอบครัวชุมชน  กับผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบลได้
         
3) เป็นผู้ให้ความรู้ ทักษะและให้คำปรึกษาแนะนำกับอผส.และอพมก.ได้
         
4) เป็นผู้วางแผนกิจกรรมเพื่ตอบสนองความต้องการในการพัฒนาของแต่ละกลุ่มเป้าหมายได้
         
5) เป็นผู้สรุปปัญหาสาเหตุแนวทางแก้ไขประเมิน ผลการปฏิบัติ              
          6) นำผลการประเมินสู่กระบวนการการวางแผนและนโยบายขององค์การบริหารส่วนตำบล

         4.5.  ผู้นำชุมชน /ปราชญ์ชาวบ้าน/อาสาสมัครที่มีจิตกุศล  เป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถในด้านต่างๆเพื่อการพัฒนาศักยภาพผู้สูงอายุ ผู้พิการ  เช่น  ด้านการดูแลสุขภาพ (แพทย์ทางเลือก)  ด้านการส่งเสริมอาชีพ   ด้านวัฒนธรรมพื้นบ้าน ด้านออมทรัพย์ โดยมีบทบาทดังนี้ 1)วางแผนกิจกรรมร่วมกับนักสังคมสงเคราะห์ นักจิวิทยา ในการพัฒนาศักยภาพผู้สูงอายุ ผู้พิการ 2) เป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ ฝึกอบรมเพื่อพัฒนาศักยภาพผู้สูงอายุ ผู้พิการ 

         4.6. ผู้สูงอายุ ผู้พิการ    สามารถแบ่งเป็น 4 ประเภท โดยพิจารณาจาก 2 ระดับคือ ระดับเศรษฐกิจและระดับการพึ่งพาของกลุ่มเป้าหมายได้ดังนี้  1) กลุ่มที่มีสุขภาพร่างกายบกพร่อง           ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ต้องพึ่งพิง ได้รับการดูแลตลอดเวลาและถูกทอดทิ้ง  2) กลุ่มที่มีสุขภาพร่างกายบกพร่องไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ต้องพึ่งพิง ได้รับการดูแลตลอดเวลา แต่อยู่กับสมาชิกในครอบครัว  3) กลุ่มที่พอช่วยตัวเองได้ แต่มีความเปราะบางหรือมีความเสี่ยงสูงต้องการมีคนดูแลเป็นครั้งคราว  4) กลุ่มที่มีสภาวะสุขภาพดีช่วยเหลือตัวเอง และช่วยเหลือผู้อื่นได้

ส่วนที่ 3.  ขั้นตอนการดำเนินงาน     แบ่งเป็น  2 ระยะใหญ่ ดังนี้

  • ระยะเตรียมการ       
  • จัดทำฐานข้อมูลระดับพื้นที่ ได้แก่  ฐานข้อมูลเกี่ยวกับจำนวน และสภาพปัญหาของประชากรในพื้นที่    ฐานข้อมูลเกี่ยวกับองค์กร/หน่วยงานที่ให้ให้ความช่วยเหลือและประเภทของการให้ความช่วยเหลือที่เกี่ยวกับสวัสดิการสังคม
  • ประเมินปัญหาและความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย
  • จัดแยกประเภทกลุ่มเป้าหมายเป็น 4 กลุ่ม
       1) กลุ่มที่มีสุขภาพร่างกายบกพร่องไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ต้องพึ่งพิง ได้รับการดูแลตลอดเวลาและถูกทอดทิ้ง
       2) กลุ่มที่มีสุขภาพร่างกายบกพร่องไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ต้องพึ่งพิง ได้รับการดูแลตลอดเวลา แต่อยู่กับสมาชิกในครอบครัว
       3) กลุ่มที่พอช่วยตัวเองได้ แต่มีความเปาะบางหรือมีความเสี่ยงสูงต้องการมีคนดูแลเป็นครั้งคราว และ
       4) กลุ่มที่มีสภาวะสุขภาพดีช่วยเหลือตัวเอง และอาจช่วยเหลือผู้อื่นได้ 
  • สร้างความเข้าใจกับกลุ่มผู้ปฏิบัติงาน และเครือข่ายถึงรูปแบบการจัดบริการสวัสดิการสังคมแบบกลุ่มพึ่งพาและการดูแลที่บ้านสำหรับผู้สูงอายุและผู้พิการในชุมชน
  • สร้างความร่วมมือจากชุมชน ผู้นำ ผู้สูงอายุ ผู้พิการ
  • ทำความเข้าใจกำหนดบทบาท ของผู้ปฏิบัติงาน ได้แก่ อผส. อพมก. นักสังคมสงเคราะห์ นักจิตวิทยา ผู้นำชุมชน
  • เตรียมหลักสูตรฝึกอบรม อผส. และอพมก. รุ่นใหม่
  • ทำความเข้าใจและขอความร่วมมือ กำหนดบทบาทของเครือข่ายสนับสนุนในด้านต่างๆ
  • มีแผนการดูแล พัฒนาศักยภาพผู้สูงอายุและผู้พิการ โดยการมีส่วนร่วมของผู้สูงอายุ             ผู้พิการ ชุมชน และองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น เพื่อให้สอดคล้องกับปัญหาความต้องการของกลุ่มเป้าหมายทั้ง 4 ประเภทข้างต้น
  • จัดสรรงบประมาณดำเนินการ

 

  1. ระยะดำเนินการ
    1. ดำเนินการด้านสถานที่    การจัดหาอาคารเอนกประสงค์    ครอบครัวอุปถัมภ์
    2. ดำเนินการด้านความพร้อมของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน   เช่นจัดฝึกอบรม อผส.  อพมก.
    3. จัดกิจกรรมดำเนินการให้การช่วยเหลือให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายที่แยกไว้ 4 ประเภท
    4. ติดตามประเมินผล โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามประเมินผล การดำเนินการ            ทั้งกระบวนการและติดตามผลโดยให้เกิดระบบการเรียนรู้ร่วมกัน ทั้งหน่วยงานรับผิดชอบ   หน่วยงานสนับสนุน เพื่อการทบทวนและพัฒนางาน

    2.5  รายงานผลการปฏิบัติงาน ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทราบ เพื่อร่วมกันพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น

ส่วนที่ 4    กิจกรรมการให้บริการสวัสดิการสังคมแบบกลุ่มพึ่งพา และการดูแลที่บ้าน สำหรับผู้สูงอายุและผู้พิการในชุมชน

          4.1 กิจกรรมส่วน Group Home

อาคารเอนกประสงค์ ประกอบด้วย

  • บริการด้านการศึกษาตลอดชีพ โดยการให้การสนับสนุนขององค์การบริหารส่วนท้องถิ่น และ เอกชน หลักสูตรและวิธีการสอนผู้สอนเป็นผู้พัฒนาประยุกต์ตามความต้องการของผู้เรียน  อาจมีหลักหลักสูตรต่างๆ เช่น สวัสดิการสำหรับผู้สูงอายุผู้พิการ การดูแลสุขภาพและความปลอดภัย การฝึกอาชีพ    ความสัมพันธ์ภายในครอบครัวกฎหมาย ศาสนา ศิลปวัฒนธรรม   การเกษตรและการออมทรัพย์ เป็นต้น
  •  Social day Center   เป็นบริการที่จัดในชุมชน ดูแลผู้สูงอายุ ผู้พิการในช่วงกลางวันแทนครอบครัวหรือผู้ดูแล มีกิจกรรมนันทนาการ-สังคม มีบริการรับส่ง  บริการอาหารกลางวัน   ออกกำลังกาย ตรวจสุขภาพเป็นครั้งคราว
  • Day Rehabilitation Center  มีกิจกรรมฟื้นฟูสุขภาพเพื่อให้ร่างกายแข็งแรง
  • ศูนย์ที่สามารถให้บริการที่หลากหลายรูปแบบ เชื่อมโยงกับศูนย์ชุมชน  เพื่อส่งเสริมให้ผู้สูงอายุ ผู้พิการที่ช่วยเหลือตัวเองได้เป็นอาสาสมัครในการดูแลผู้ที่ช่วยตัวเองไม่ได้ในชุมชนเดียวกัน
  • Sheltered Homes  บ้านพักสำหรับผู้สูงอุ ผู้พิการ ที่ไม่มีผู้ดูแลหรือได้รับการดูแลที่ไม่เหมาะสม โดยพิจารณาแยกเป็นรายๆ ทั้งเป็นแบบถาวร และชั่วคราว

ครอบครัวอุปถัมภ์ เป็นบริการที่จัดสำหรับผู้สูงอายุ ผู้พิการ ที่ขาดผู้ดูแล รวมทั้ง ญาติ ทั้งในลักษณะบ้านพักถาวรและชั่วคราว โดยมีครอบครัวในชุมชนรับเป็นผู้อุปถัมภ์ให้การอุปการะ และดูแลเช่นเดียวกับญาติ

    4.2 กิจกรรมส่วน Home Care

  1. Home Help Service  เป็นบริการเกี่ยวกับการส่งอาหาร ซักรีด ดูแลบ้าน ดูแลสุขอนามัย ช่วยงานเล็กๆน้อยๆ รับส่งไปยังสถานพยาบาล
  2. Home Nursing เป็นบริการที่ส่งหมอ พยาบาล บุคลากรที่ได้รับการอบรมเรื่องการดูแลผู้สูงอายุ ผู้พิการไปให้การดูแล และแนะนำที่บ้าน
  3. สายด่วนให้คำปรึกษาให้บริการเกี่ยวกับการขอรับบริการต่างๆ  สนับสนุนให้คำปรึกษาผู้ดูแลผู้สูงอายุ ผู้พิการ ปรึกษาปัญหา ระบายอารมณ์ ร้องทุกข์ ให้กำลังใจ ให้ยืมอุปกรณ์    จัดผู้ดูแลแทนชั่วคราว
  4. บริการแพทย์ทางเลือก  บริการ ลูกประคบ สมุนไพร  นวดแผนโบราณ

รูปแบบการให้บริการสวัสดิการสังคมแบบกลุ่มพึ่งพา และการดูแลที่บ้านสำหรับผู้สูงอายุและผู้พิการในชุมชน

 
 
 

5. ปัจจัยที่นำไปสู่ความสำเร็จของการจัดบริการสังคมแก่ผู้สูงอายุ ผู้พิการในชุมชน

      1. การมีผู้นำชุมชนที่มีจิตสำนึกด้านสวัสดิการการจัดสวัสดิการเป็นเรื่องของคนในชุมชน          ที่จะต้องเรียนรู้ปัญหาของตนเองเสนอปัญหาและกำหนดความต้องการและวิธีการซึ่งผู้ที่มีบทบาทต่อการริเริ่มจัดสวัสดิการเหล่านี้คือผู้นำชุมชนโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้นำที่เป็นทางการที่จะเป็นแหล่งที่มาของความคิดการจัดการด้านงบประมาณเพื่อสนับสนุนการจัดสวัสดิการ

      2. การมีนักวิชาชีพเฉพาะด้านในชุมชน การกระจายบริการสวัสดิสังคมที่เน้นการให้บริการในระดับชุมชนและครอบครัวจึงจำเป็นต้องมีนักวิชาชีพเฉพาะด้านในชุมชน เช่น นักสังคมสงเคราะห์ชุมชนนักกายภาพบำบัดและพยาบาลวิชาชีพเพื่อเพิ่มพลังความสามารถของประชาชนและชุมชนสร้างความเข้มแข็งทั้งด้านการเรียนรู้  การบริหารจัดการสวัสดิการในชุมชน การจัดการเกี่ยวกับระบบข้อมูลของสภาพปัญหาความต้องกาตลอดจนระบบการเฝ้าระวังทางสังคม

      3. การมีระบบเฝ้าระวังในชุมชน สภาพปัญหาของผู้สูงอายุและผู้พิการที่เป็นกลุ่มที่ยากจนไม่มีผู้ดูแลกลุ่มเจ็บป่วยป่วยเรื้อรังและมีอาการทางจิตประสาท และกลุ่มผู้ดูแลผู้สูงอายุและผู้พิการ เป็นกลุ่มที่ต้องการความช่วยเหลือมากกว่ากลุ่มอื่น การมีระบบการเฝ้าระวังทางสังคมจะทำหน้าที่ในการสะท้อนปัญหาความต้องการและเป็นแหล่งจัดเก็บวิเคราะห์ข้อมูลของชุมชนอย่างเป็นระบบ เพื่อประโยชน์ในการวางแผน การให้ความช่วยเหลือผู้สูงอายุและผู้พิการในชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

      4. การมีระบบอาสาสมัครที่เข้มแข็ง อาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุและผู้พิการที่บ้านเป็นผู้ที่ได้รับ การอบรมความรู้ ฝึกทักษะ เพื่อให้การดูแลให้คำปรึกษา แก่ผู้สูงอายุ ผู้พิการและสมาชิกในครอบครัวเพื่อให้สามารถดูแลช่วยเหลือดำรงชีวิตในการประกอบกิจวัตรประจำวันฟื้นฟูสมรรถภาพผู้พิการสูงอายุและผู้พิการเบื้องต้นที่บ้านได้  นอกจากนั้นการมีระบบอาสาสมัครที่เข้มแข็งยังส่งผลต่อระบบข้อมูลเพื่อเฝ้าระวังและจัดสวัสดิการในชุมชน รวมทั้งการใช้อาสาสมัครเป็นกลไกในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาชุมชน

      5. ความเข้มแข็งของระบบเครือข่ายในชุมชน องค์กรชุมชนเข้มแข็งแต่ละองค์กรจะมีการเคลื่อนไหวเพื่อแก้ปัญหาและพึ่งพาตนเอง ซึ่งช่วยทำให้กลุ่มและเครือข่ายเกิดความแข็งแรงและขยายตัวและยิ่งเมื่อพวกเขามีการเคลื่อนไหวร่วมกับเครือข่ายชุมชนเข้มแข็งประเภทอื่น ๆ หรือมีการเรียนรู้ข้ามภูมิภาค หรือเป็นระดับนานาชาติด้วยแล้ว จะยิ่งเกิดการเรียนรู้ทางพลังยิ่งขึ้น นี้คือโครงสร้างพื้นฐานและกิจกรรมจำเป็นสำหรับประชาสังคมในทุกท้องถิ่น

      กล่าวโดยสรุปการจัดบริการสังคมแบบกลุ่มพึ่งพาและบริการดูแลที่บ้านสำหรับผู้สูงอายุและ           ผู้พิการในชุมชนเป็นรูปแบบการจัดบริการสังคมที่มุ่งจะขยายเข้าสู่ชุมชนให้กว้างขวางและหลากหลายมากขึ้นโดยการสนับสนุนและส่งเสริมให้กลุ่มเป้าหมาย (ผู้สูงอายุและผู้พิการ) ครอบครัว กลุ่ม และองค์กรชุมชน รวมทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้มีส่วนร่วมในการจัดบริการสังคมทำมีความเหมาะสมสอดคล้องกับสภาพปัญหาความต้องการ และวัฒนธรรมประเพณีของกลุ่มเป้าหมายในแต่ละพื้นที่ โดยที่องค์กรหรือหน่วยงานภายนอกจะทำหน้าที่เป็นเพียงพี่เลี้ยง ให้คำแนะนำปรึกษารวมทั้งการสนับสนุนด้านเทคนิค วิชาการ การประสานงานและทรัพยากร ปัจจัยสำคัญที่จะทำให้การจัดบริการสังคมประสบความสำเร็จได้แก่ การมีระบบฐานข้อมูลที่ชัดเจนถูกต้อง  การมีส่วนร่วมของกลุ่มเป้าหมาย ครอบครัวและชุมชน   มีผู้นำชุมนที่มีจิตสำนึก  มีนักวิชาชีพเฉพาะด้านในชุมชน  การมีระบบเฝ้าระวัง  ระบบอาสาสมัครชุมชน รวมทั้งการมีระบบเครือข่ายชุมชนที่เข้มแข็ง 

บรรณานุกรม 

    กรรณิกา ขวัญอารีย์ และภุชงค์  เสนานุช. “ เอกสารประกอบการประชุมคณะทำงานจัดทำแนวทางการจัดบริการสังคมรูปแบบกลุ่มพึ่งพา (Group Home) และบริการดูแลที่บ้าน (Home Care) สำหรับผู้พิการและผู้สูงอายุในชุมชน”  สำนักพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์  วันศุกร์ที่ 25 สิงหาคม 2549 ห้องราชาวดี 2 โรงแรมปริ้นพาเลซ  กรุงเทพมหานคร,2549.

    ภุชงค์  เสนานุช.ผู้สูงอายุ : ปัญหาที่กำลังท้าทายสังคมไทย. วารสาร APO Digest (July-September 2006) :32-39 ,2549.

    วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ มณเฑียร บุญตัน อัครพรรณ ขวัญชื่น “กฎหมายและกฎระเบียบที่จํากัดสิทธิคนพิการในการประกอบอาชีพ” http://www.oppd.opp.go.th/vijai5.pdf,2549.

    ศศิพัฒน์  ยอดเพชร . การพัฒนาระบบการดูแลระยะยาวในครอบครัวสำหรับผู้สูงอายุ . กรุงเทพฯ: มิสเตอร์ก๊อปปี้,2549.

    สถาพร มงคลศรีสวัสดิ์ สันติศักดิ์ มะเริงสิทธิ์ และบัวบาน จันทราษี “ การสร้างความเข้มแข็งให้ผู้พิการ ครอบครัวและชุมชนในชุมชนจังหวัดร้อยเอ็ดโดยใช้กระบวนการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้พิการโดยชุมชน”    http://www.oppd.opp.go.th/vijai3.pdf,2549.

    สุภรธรรม มงคลสวัสดิ์ และ อัครพรรณ ขวัญชื่น “ครอบครัวคนพิการทางสติปัญญาในจังหวัดพัทลุง” http://www.oppd.opp.go.th/vijai2.pdf ,2549.

    United Nations, Population Division “Population Ageing 2000”. www.un.org/esa/population/ publications/ ageing/ Graph.pdf,2549.

“Illinois Department of Public Health” http://www.idph.state.il.us/healthcare/assistedliving_list.htm,2549.

    Ministry of Foreign Affairs, Japan Fact Sheet  on Welfare “ Helping the Elderly, the Youth, and the Disabled”

ความเห็น
ค้นหา
แสดงความคิดเห็นได้เฉพาะสมาชิกเท่านั้นนะครับ
Joomlacomment

Joomlacomment

ปรับปรุงล่าสุด วันอาทิตย์ที่ ๑๐ กรกฏาคม ๒๕๕๔ เวลา ๐๔:๐๗ น.