| รูปแบบการจัดบริการสังคมสำหรับผู้สูงอายุและผู้พิการในชุมชม |
|
|
|
| เขียนโดย Administrator | |||
| วันเสาร์ที่ ๑๓ มิถุนายน ๒๕๕๒ เวลา ๐๖:๐๖ น. | |||
|
รูปแบบการจัดบริการสังคมสำหรับผู้สูงอายุและผู้พิการในชุมชม : กลุ่มพึ่งพา (Group Home)และบริการดูแลที่บ้าน (Home Care) 1 ดร.ภุชงค์ เสนานุช2 ผ.ศ.กรรณิกา ขวัญอารีย์3 สถานการณ์และปัญหาของผู้สูงอายุและผู้พิการของประเทศไทย การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของประชากรทั่วโลกอย่างรวดเร็ว ได้ส่งผลให้ประชากรที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไปเพิ่มจำนวนมากขึ้นทั้งในเชิงประมาณและสัดส่วนต่อประชากรทั้งหมด ในขณะที่ประชากรวัยเด็กลดจำนวนลงอย่างต่อเนื่อง องค์การสหประชาชาติ (United Nations) รายงานว่าในปี ค.ศ.2002 ประชากรผู้สูงอายุทั่วโลกมีประมาณ 629 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 10 ของประชากรทั้งหมด และคาดการณ์ว่าในปีค.ศ.2050 จำนวนผู้สูงอายุจะเพิ่มขึ้นเป็น 1,963 ล้านคน คิดเป็น 22% ของประชากรทั้งหมด ซึ่งจะถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงทางสังคมอีกระลอกที่จะมีสัดส่วนและจำนวนผู้สูงอายุมากกว่าประชากรวัยเด็ก(0-14 ปี)เมื่อเทียบเป็นสัดส่วนจำนวนผู้สูงอายุต่อประชากรทั้งหมดก็จะเห็นว่าในปีค.ศ.2002 ประชากรทุกๆ10 คน จะมีผู้สูงอายุ 1 คน(10:1) และจะเป็น 5:1 ในปีค.ศ.2050 โดยในทวีปเอเชียจะมีผู้สูงอายุอาศัยอยู่มากที่สุด (54%) รองลงมาคือทวีปยุโรป(24%) และขณะนี้ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุต่อจำนวนประชากรทั้งประเทศมากที่สุดในภูมิภาคเอเชียคือประมาณ 31 ล้านคนจากประชากรทั้งหมด 129 ล้านคน(ร้อยละ 24) และจะเพิ่มเป็น 46 ล้านคน(ร้อยละ 42)ในปีค.ศ. 2050 ในขณะที่ประเทศไทยมีจำนวนผู้สูงอายุแล้วประมาณ 5.5 ล้านคน(ร้อยละ 8) และจะเพิ่มเป็น 22 ล้านคน(ร้อยละ27)ในปีค.ศ.2050สาเหตุสำคัญประการหนึ่งที่ส่งผลต่อการเพิ่มขึ้นของประชากรผู้สูงอายุก็เนื่องมาจากความเจริญก้าวหน้าทางด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์และสาธารณสุข ทำให้ประชากรโลกมีอายุโดยเฉลี่ยเพิ่มขึ้น อนาคตอันใกล้นี้ประเทศไทยจะได้ชื่อว่า “เป็นสังคมผู้สูงอายุ” (Ageing Society) มองไปทางไหน ก็จะพบแต่ผู้สูงอายุ ในขณะที่สังคมไทยได้เปลี่ยนจากสังคมเกษตรกรรมเป็นสังคมอุตสาหกรรม สังคมเมืองจะเข้ามาแทนที่สังคมชนบท ปัจจุบันผู้สูงอายุมีบุตรโดยเฉลี่ย 5 คน ดังนั้นผู้สูงอายุเกือบร้อยละ 50จะอยู่ในครอบครัวขยายที่มีสามรุ่นอายุคน คือ ตัวผู้สูงอายุเอง ลูกและหลาน อีกหนึ่งในสามอยู่ใน 2 รุ่นอายุ คือ ตัวผู้สูงอายุกับลูกที่สมรส นอกจากนี้ยังมีผู้สูงอายุราวร้อยละ 4 ที่อาศัยอยู่เพียงลำพัง ในอนาคตผู้สูงอายุจะมีจำนวนบุตรเฉลี่ยลดลงจำนวน 2 คน ฉะนั้นครอบครัวขยายในอนาคตจะลดลงและแนวโน้มที่ผู้สูงอายุจะอยู่ในลักษณะครอบครัวเดี่ยวและอยู่โดยลำพังสูงขึ้น ในขณะเดียวกันการช่วยเหลือเกื้อกูลและการพึ่งพาอาศัยกันภายในครอบครัวของสังคมไทยก็จะค่อยๆลดความเข้มแข็งลง มีการประมาณว่ามีผู้สูงอายุประมาณ 2 แสนกว่าคนที่อยู่ในภาวะยากจนเนื่องจากไม่มีรายได้และหลักประกันในชีวิต ในขณะเดียวกันจำนวนผู้พิการของประเทศไทยก็ได้เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงสามทศวรรษที่ผ่านมา จากปี 2513 มีจำนวนผู้พิการประมาณ 142,000 คน เพิ่มเป็น 367,500 คนในปีพ.ศ.2524 เพิ่มเป็น 1,057,000 คนในปีพ.ศ.2534 และเป็น 1,100,800 คน ในปีพ.ศ. 2544 (สำนักงานสถิติแห่งชาติ, 2544) ผู้พิการเหล่านี้มีมากกว่าร้อยละ 50 ที่ไม่ได้รับการศึกษาเนื่องจากไม่มีโรงเรียนใกล้บ้านที่จะรับเด็กเหล่านี้ได้ เด็กพิการบางคน แม้ได้รับคําแนะนําให้ส่งเด็กไปอยู่โรงเรียนประจําสําหรับเด็กพิการโดยเฉพาะ แต่ก็ไม่ปฏิบัติตาม เพราะเป็นห่วงว่าจะได้รับการเลี้ยงดูที่ไม่ดี ผู้พิการทางสติปัญญาส่วนใหญ่อยู่ในครอบครัวเดี่ยว บางครั้งคนพิการจะถูกขังไว้ในห้องหรือพื้นที่ที่จัดทําไว้เฉพาะ บางคนถูกเชือกหรือผ้าล่ามไว้ และส่วนใหญ่มีฐานะทางเศรษฐกิจค่อนข้างยากจน มีอาชีพทําสวน ทําไร่ หรือรับจ้าง ไม่ได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่องจากโรงพยาบาลเฉพาะเพราะไม่สามารถแบกรับภาระค่าเดินทางที่ค่อนข้างมากได้ ส่วนใหญ่จึงรักษาที่สถานีอนามัยหรือโรงพยาบาลประจําจังหวัด (สถาพร มงคลศรีสวัสดิ์ และคณะ, 2549) ครอบครัวที่มีลูกพิการมักจะเห็นว่าเป็นเรื่องของเวรกรรมหรือพระเจ้าเป็นผู้กําหนด บางคนรู้สึกเสียใจ ผิดหวัง น้อยเนื้อตํ่าใจ เหนื่อย และบางครั้งรู้สึกอยากตาย รอรับความช่วยเหลือตามที่หน่วยงานหยิบยื่นให้ ซึ่งบุคคลเหล่านี้ขาดความรู้ความเข้าใจในเรื่องการช่วยเหลืออย่างแท้จริง และกลไกของรัฐในท้องถิ่นขาดการสนับสนุนที่ดีจากส่วนกลาง (สุภรธรรม มงคลสวัสดิ์และคณะ, 2549) นอกจากนี้ผู้พิการจำนวนมากที่ต้องประสบปัญหาในการประกอบอาชีพเพื่อหารายได้มาเลี้ยงตนเอง มักจะถูกปฏิเสธไม่ให้ทำงาน โดยการกำหนดลักษะงานหรือกําหนดอาชีพเพื่อให้คนพิการทํา ทําให้คนพิการมักถูกปฏิเสธไม่ให้ทํางานอื่น นอกจากนี้ยังมีการกําหนดคุณสมบัติหรือลักษณะต้องห้ามในการประกอบอาชีพไว้ในบทบัญญัติของกฎหมาย เช่น กายพิการ กายทุพพลภาพ ไม่สมประกอบ หูหนวก มีกายหรือจิตที่ไม่เหมาะสมจะเป็นข้าราชการ เป็นต้น(วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ และคณะ, 2549) จากสถานการณ์ปัญหาข้างต้นแสดงให้เห็นว่าสภาวสุขภาพและจิตใจ แลระบบการดูแลทางสังคมต่อผู้สูงอายุและผู้พิการมีแนวโน้มเข้าสู่ภาวะวิกฤต และทุกขภาวะเพิ่มขึ้น แนวความคิดของ การจัดบริการสังคมแบบกลุ่มพึ่งพา (Group Home) แนวคิดนี้เกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกาช่วงต้นค.ศ.1970เพราะผู้สูงอายุได้เพิ่มจำนวนสูงขึ้น อย่างรวดเร็ว(ปัจจุบันมีประชากรผู้สูงอายุประมาณ 47 ล้านคน หรือ ร้อยละ16 ของประชากรทั้งหมด) ทำให้บริการทางสังคมที่มีอยู่ในขณะนั้นไม่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้สูงอายุได้อย่างทั่วถึงบริการสังคมแบบกลุ่มพึ่งพา (Group Home) จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้สูงอายุที่โดดเดี่ยว ต้องการสังคม เพื่อน และความช่วยเหลือในด้านต่างๆ 1. ลักษณะสำคัญของบริการสังคมแบบกลุ่มพึ่งพา สำนักผู้สูงอายุของรัฐแมรี่แลนด์(Maryland, Department of Aging) ได้ดำเนินงานโครงการช่วยเหลือผู้สูงอายุแบบกลุ่มพึ่งพา( Senior Assisted Group Home Subsidy Program) ได้อธิบายลักษณะของโครงการว่า เป็นโครงการที่ช่วยเหลือผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อยและปานกลาง โดยการจัดหาที่พักอาศัยให้เข้าไปอยู่ในบ้านที่ออกใบอนุญาตให้โดยสำนักอนามัย (Department of Health and Mental Hygiene) โดยมีสมาชิกที่อยู่ร่วมกันระหว่าง 4-16 คน รัฐบาลท้องถิ่นจะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการดำรงชีพให้แก่บุคคลที่มีคุณสมบัติตามที่กำหนด ได้แก่ ค่าอาหาร (Meals) การดูแลส่วนบุคคล และการให้การดูแลตลอด 24 ชั่วโมง สำหรับผู้สูงอายุที่ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ ทั้งนี้สำนักผู้สูงอายุจะเป็นผู้ติดตามประเมินผลการดำเนินงานโครงการดังกล่าว สำหรับผู้ที่ได้รับสิทธิในการรับบริการดังกล่าวจะต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติดังนี้ มีอายุอย่างน้อย 62 ปี มีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพทางร่างกายหรือจิตใจ และมีความจำเป็นหรือต้องการความช่วยเหลือ รวมทั้งเป็นผู้ที่มีรายได้ตามที่กำหนดและมีสิทธิได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลท้องถิ่น สำนักงานสาธารณสุขรัฐอิลินอยส์(Illinois Department of Public Health) ได้อธิบายลักษณะของกลุ่มพึ่งพาไว้ว่า เป็นบ้านสำหรับผู้สูงอายุ ที่มีลักษณะการจัดเตรียมห้องพักไว้บริการไม่เกิน 16 คน มีการจัดอาหารให้อย่างน้อยหนึ่งมื้อ มีบริการดูแลทำความสะอาดที่พัก และมีห้องรวม (Community room)สำหรับการทำกิจกรรมร่วมกัน โดยผู้สูงอายุจะรับผิดชอบในการดูแลตนเอง รวมทั้งด้านการรับประทานอาหาร นอกจากนี้ยังมีบริการการดูแลเฉพาะบุคคล เช่น การช่วยเหลืออาบน้ำ หรือการดูแลเรื่องการรักษาพยาบาล ซึ่งผู้ที่จะทำหน้าที่ดังกล่าวจะต้องเป็นบุคคลที่ได้รับอนุญาต(Licensed)ตามกฎหมายเท่านั้น Olive Evans (1988) อธิบาย การบริการทางสังคมแบบกลุ่มพึ่งพาของ Dexter House ซึ่งดำเนินงานโดยองค์กรเอกชน ในรัฐนิวเจอร์ซี่ว่า มีลักษณะเป็นบ้านสองชั้น แต่ละชั้นประกอบด้วย ห้องน้ำ ห้องครัว ห้องรับประทานอาหาร และห้องส่วนตัว ผู้อาศัยเป็นผู้สูงอายุทั้งหมด มีผู้ชาย 4 คนจะพักอยู่ชั้นล่าง และผู้หญิง 3 คนจะพักอยู่ชั้นบน ทุกคนล้วนเป็นคนแปลกหน้าที่มาอาศัยอยู่ในบ้านร่วมกัน ราคาห้องพักก็ไม่แพงมากนัก และผู้สูงอายุสามารถจ่ายได้ แต่จะต้องรับผิดชอบตัวเองในด้านการทำอาหาร และการทำความสะอาด ผู้สูงอายุจะต้องมีหนังสือรับรองว่ามีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ ผู้สูงอายุจะอยู่ร่วมกันในลักษณะของการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เช่น การทำอาหารรับประทานร่วมกัน การฝากกันซื้อข้าวของ การแลกเปลี่ยนประสบการชีวิตร่วมกัน หรือแม้แต่การถกเถียงการเมืองร่วมกัน เนื่องจากว่าผู้หญิงกับผู้ชายจะพักอยู่ในบ้านหลังเดียวกัน ปัญหาเรื่องอารมณ์และเพศสัมพันธ์เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ทางบ้านก็ไม่ได้มีข้อห้ามในเรื่องนี้แต่อย่างใด เนื่องจากเห็นว่าผู้สูงอายุเหล่านี้มีประสบการณ์และมีความรู้เป็นอย่างดี บริการสังคมแบบกลุ่มพึ่งพาในประเทศสวีเดน (Inlasningstjansten, 2002) เป็นบริการด้านที่อยู่อาศัยมีลักษณะเป็นอพาตเม้นท์ขนาดเล็กที่ประกอบไปด้วย ห้องครัว ห้องอาหาร ห้องนั่งเล่นและใช้ร่วมกัน มีเจ้าหน้าคอยช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนใหญ่จะจัดให้สำหรับผู้สูงอายุที่เป็นมีอาการของโรคความจำเสื่อม ส่วนในประเทศญี่ปุ่น (Ministry of Foreign Affairs,2006)อธิบายบริการสังคมแบบกลุ่มพึ่งพาว่า เป็นบริการให้เช่าที่พักอาศัยสำหรับผู้สูงอายุที่มีอาการของโรคความจำเสื่อม ซึ่งมีลักษณะเป็นอพาตเม้นท์ แต่ละชั้นประกอบไปด้วย 8 ยูนิต ผู้สูงอายุจะประกอบอาหารเช้า กลางวันด้วยตัวเองและรับประทานด้วยกัน โดยการช่วยเหลือของเจ้าหน้าที่ ห้องครัวและห้องอาหารจะใช้ร่วมกัน ผู้สูงอายุจะต้องรับผิดชอบในการทำความสะอาดบริเวณที่พักของตนเองและเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ที่จัดขึ้นเท่าที่สามารถจะทำได้ โดยการดูแลของเจ้าหน้าที่ ผู้สูงอายุสามารถนำเฟอร์นิเจอร์มาใช้ได้เท่าที่พื้นที่มีให้ในแต่ละยูนิต ห้องนอนจะเป็นห้องสไตล์ญี่ปุ่นและมีห้องน้ำส่วนตัว จากที่กล่าวมาสามารถสรุปลักษณะสำคัญของบริการทางสังคมแบบกลุ่มพึ่งพาได้ดังนี้ เป็นบริการทางเลือกสำหรับการดูแลผู้สูงอายุที่ขาดผู้ดูแล ช่วยให้ผู้สูงอายุที่โดดเดี่ยวได้อยู่ร่วมกับผู้อื่น มีสังคม เพื่อน และมีบริการด้านที่พักอาศัยสำหรับกลุ่มผู้สูงอายุเป็นกลุ่มขนาดเล็กตั้งแต่ 4-16 คน โดยผู้สูงอายุจะต้องมีสุขภาพสมบูรณ์ และสามารถดูแลตนเองได้ แต่ในกรณีที่ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ทั้งหมด ก็จะมีบริการเฉพาะบุคคล โดยการดูแลอย่างใกล้ชิดจากเจ้าหน้าที่ที่ผ่านการอบรม เน้นให้กลุ่มผู้สูงอายุ ดูแลและช่วยเหลือตนเอง รวมทั้งพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน ตามความสามารถของแต่ละคน เป็นบริการทางเลือกที่มีค่าใช้จ่ายถูกกว่าและมีบริการเฉพาะเท่าที่จำเป็นต่อความต้องการ ที่สำคัญสามารถกระจายการให้บริการได้อย่างกว้างขวาง แม้แต่ในชุมชนทีมีขนาดเล็ก และอยู่ห่างไกล เนื่องจากต้นทุนในการดำเนินงานค่อนข้างถูก และสามารถดำเนินการได้โดย รัฐบาล องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรพัฒนาเอกชนหรือองค์กรสาธารณประโยชน์ โบสถ์ ภาคธุรกิจ และองค์กรภาคประชาชนในชุมชน แต่ต้องมีหน่วยงานของภาครัฐที่เกี่ยวข้องทำหน้าที่ในการกำกับดูแลเพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีคุณภาพและมาตรฐาน 2. แนวความคิดของ การจัดบริการสังคมแบบบริการดูแลที่บ้าน (Home Care) การจัดบริการสังคมแบบบริการดูแลที่บ้านโดยทั่วไปจะใช้แนวคิดการจัดบริการและฟื้นฟูสมรรถภาพโดยชุมชน เป็นหลักสำคัญในการทำงานโดยจะเน้นการฟื้นฟูสมรรถภาพเป็นกลยุทธ์ในการเพิ่มพูนคุณภาพชีวิตของคนพิการ ผู้สูงอายุทั้งทางร่างกาย จิตใจ สติปัญญาและสังคม ซึ่งมีเป้าหมายให้ได้รับการฟื้นฟูในด้านต่างๆ เช่นการรักษาพยาบาล การศึกษา การฝึกงาน อาชีพ มีงานทำ สามารถใช้ชีวิตอยู่ในสังคมทั่วไปได้ การจัดทำบริการต่างๆ โดยมีบุคคล 3 ส่วนด้วยกันคือ 1) บุคคลตามกลุ่มเป้าหมาย 2)ชุมชน ครอบครัว เพื่อนบ้าน กลุ่ม และ 3) เจ้าหน้าที่ผู้ให้บริการ โดยบุคคลทั้ง 3 กลุ่มนี้จะต้องมีความพร้อมในการรับข้อมูลข่าวสาร การฝึกอบรม การใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม การกระตุ้นให้กลุ่มเป้าหมายมีกำลังใจ ซึ่งเป็นการสร้างโอกาสให้กลุ่มเป้าหมายเท่าเทียมคนปกติ สร้างแหล่งทรัพยากรในชุมชน (วริยาภรณ์ พรนภดล, 2544 ) ในการดำเนินโครงการฟื้นฟูสมรรถภาพโดยชุมชนจำเป็นต้องปรับทัศนคติและพฤติกรรมของคนในชุมชนให้สามารถช่วยเหลือผู้สูงอายุและผู้พิการได้ทั้งเรื่องการแพทย์ รายได้ ความมั่นคงในสังคม การศึกษา สิทธิทางกฎหมาย และการมีส่วนร่วมในสังคม โดยกลุ่มเป้าหมายครอบครัวตลอดจนชุมชนคือศูนย์กลางของกิจกรรม ใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในชุมชน ใช้เทคโนโลยี่ที่เหมาะสม ซึ่งแต่ละพื้นที่จะมีรูปแบบการดำเนินงานที่ต่างกัน ขึ้นอยู่กับภูมิปัญญาของท้องถิ่นความต้องการเฉพาะของพื้นที่และทรัพยากรที่มีอยู่ โดยมีลักษณะและรูปแบบการจัดบริการที่สำคัญได้แก่
4. แนวทางการดำเนินงานการจัดบริการสังคมรูปแบบกลุ่มพึ่งพา และบริการดูแลที่บ้าน การจัดบริการดูแลผู้สูงอายุและผู้พิการยังคงประสบปัญหาเนื่องจากระบบบริการทางสังคมที่มีอยู่ยังขาดประสิทธิภาพ ดังนั้นระบบการบริการที่เหมาะสมสำหรับการจัดการดูแลผู้สูงอายุและผู้พิการในรูปแบบ Group Home และ Home Care จึงเป็นรูปแบบที่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันมากที่สุด เพราะเป็นการจัดบริการสังคมมุ่งเน้นให้กลุ่มเป้าหมาย (ผู้พิการและผู้สูงอายุ) ครอบครัว ชุมชนและองค์กรท้องถิ่น ได้เข้ามามีส่วนร่วมรับผิดชอบในการจัดบริการ ภายใต้ขอบเขตความรับผิดชอบขององค์กรที่เหมะสมควรเป็นดังนี้ 1. ความรับผิดชอบในระดับท้องถิ่น องค์กรท้องถิ่นควรเป็นผู้ดำเนินการเพื่อสนองตอบความต้องการของประชาชนในท้องถิ่น เช่นการกำหนดรูปแบบบริการ สนับสนุนทรัพยากร และการบริหารจัดการ เพื่อให้ตอบสนองความต้องการของผู้สูงอายุและผู้พิการได้อย่างเหมาะสม 2. ความรับผิดชอบในระดับชุมชน การดูแลผู้สูงอายุและผู้พิการในท้องถิ่นโดยรูปแบบGroup Home และHome Care จะมีประสิทธิภาพเพียงใดนั้นขึ้นอยู่กับความพร้อมของสมาชิกในชุมชน ต้องเรียนรู้และเข้าใจสภาพปัญหาของผู้สูงอายุและผู้พิการในชุมชน รวมทั้งมีบทบาทกระตุ้นให้สมาชิกชุมชนตระหนักถึงความต้องการการดูแลร่วมกัน โดยการเข้ามามีส่วนร่วมเสนอความต้องการ การบริการ ตลอดจนการประเมินและตรวจสอบคุณภาพการจัดบริการ รูปแบบการจัดบริการสวัสดิการสังคมแบบกลุ่มพึ่งพาและการดูแลที่บ้านที่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัญหาและความต้องการของผู้สูงอายุและผู้พิการในชุมชนมีองค์ประกอบที่ควรพิจารณา 4 ส่วนดังนี้ ส่วนที่ 1. ฐานแนวคิดของการดำเนินการ จะมุ่งเน้นและให้ความสำคัญ การประสานความร่วมมือในการดูแลและพัฒนาศักยภาพ ผู้สูงอายุและผู้พิการอย่างมีส่วนร่วมระหว่าง ครอบครัว ชุมชน ภาครัฐและเอกชน การดำรงรักษาวัฒนธรรมที่เน้นความเอื้ออาทรระหว่างคนในชุมชน และการนำทุนทางสังคมในมาใช้อย่างคุ้มค่า เป้าหมาย
พื้นที่ดำเนินการ
ผลที่จะได้รับ
ส่วนที่ 2 หน่วยงาน/กลุ่มที่เกี่ยวข้องในการดำเนินงาน
2.1 หน่วยงานส่วนกลาง
2.2 หน่วยงานส่วนภูมิภาคและท้องถิ่น
3.ศูนย์สนับสนุนการปฏิบัติงาน 3.1 ในระดับพื้นที่ เป็นหน่วยงานหลักในพื้นที่ที่ที่ตั้งเป็นรูปคณะกรรมการ ทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงให้การสนับสนุนช่วยเหลือผู้ปฏิบัติงานอย่างใกล้ชิด เช่นตัวแทนอผส. อพมก. อบต. สถานีอนามัย นักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ ปราชญ์ชาวบ้านและ หัวหน้าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดับอำเภอ โดยมีบทบาทดังนี้
ในระดับภูมิภาค เป็นกลไกสนับสนุนระดับจังหวัดต่องานในพื้นที่ มีการจัดเป็นรูปคณะกรรมการ ประกอบด้วย ตัวแทน อผส. อพมก.ในพื้นที่ นักสังคมสงเคราะห์ นักจิตวิทยา นักกายภาพบำบัด พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด ศูนย์พัฒนาสังคมจังหวัด ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุจังหวัด โดยมีบทบาท ดังนี้ 1)ให้คำแนะนำช่วยเหลือเรื่องของเทคนิคการทำงาน 2)ให้การสนับสนุนเชิงนโยบาย และ 3) ดูแลประสานงานเชื่อมต่อเครือข่ายในระดับท้องที่กับภูมิภาค 4. ผู้ปฏิบัติงาน 4.1 อาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน(อผส.) เป็นผู้ต้องมีความรู้ในการดูแลผู้สูงอายุก่อนการปฏิบัติหน้าที่ เช่นเข้ารับการอบรมหลักสูตรพื้นฐาน เพื่อเป็นอผส. การอบรมความรู้ในการดูแลผู้สูงอายุ 4.2.อาสาสมัครพัฒนาสังคมช่วยเหลือคนพิการ (อพมก.) เป็นผู้ที่ต้องมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับคนพิการประเภทต่างๆ ได้รับการอบรมเพื่อช่วยเหลือฝึกทักษะที่จำเป็นสำหรับ คนพิการ สามารถแนะนำผู้ปกครองได้ มีบทบาทดังนี้ 1) ช่วยให้ผู้สูงอายุ ผู้พิการเข้าถึงบริการต่างๆตามสิทธิในพรบ.การฟื้นฟูสภาพคนพิการ และพรบ. ผู้สูงอายุ 2)ให้การดูแลผู้สูงอายุ ผู้พิการที่ขาดผู้ดูแลถูกทอดทิ้งหรือช่วยตัวเองไม่ได้ และได้รับการดูแลที่ไม่ถูกต้องได้รับการช่วยเหลือฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพ อย่างเท่าเทียมและเหมาะสม 3)ให้ความรู้แก่สมาชิกในครอบครัว ประชาชนในชุมชนเพื่อการดูแลผู้สูงอายุ ผู้พิการ และ4)เป็นสื่อกลางในการนำ ประสาน ส่งต่อ บริการสวัสดิการสังคมในชุมชน 4.3. นักสังคมสงเคราะห์ เป็นผู้ที่มีความรู้เกี่ยวกับเรื่องการบริหาร จัดการ งานสวัสดิการสังคม มีทักษะการพิทักษ์สิทธิผู้ด้อยโอกาส มีความรู้ความเข้าใจงานพัฒนาชุมชนและมีทัศนคติที่ดีต่อวิชาชีพ 4.4. นักจิตวิทยา เป็นผู้ที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญในวิชาชีพเป็นอย่างดี สามารถวิเคราะห์สภาพปัญหากับบุคลิกภาพที่ปรากฏและหาแนวทางในการพัฒนาได้โดยมีบทบาทดังนี้ 4.5. ผู้นำชุมชน /ปราชญ์ชาวบ้าน/อาสาสมัครที่มีจิตกุศล เป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถในด้านต่างๆเพื่อการพัฒนาศักยภาพผู้สูงอายุ ผู้พิการ เช่น ด้านการดูแลสุขภาพ (แพทย์ทางเลือก) ด้านการส่งเสริมอาชีพ ด้านวัฒนธรรมพื้นบ้าน ด้านออมทรัพย์ โดยมีบทบาทดังนี้ 1)วางแผนกิจกรรมร่วมกับนักสังคมสงเคราะห์ นักจิวิทยา ในการพัฒนาศักยภาพผู้สูงอายุ ผู้พิการ 2) เป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ ฝึกอบรมเพื่อพัฒนาศักยภาพผู้สูงอายุ ผู้พิการ 4.6. ผู้สูงอายุ ผู้พิการ สามารถแบ่งเป็น 4 ประเภท โดยพิจารณาจาก 2 ระดับคือ ระดับเศรษฐกิจและระดับการพึ่งพาของกลุ่มเป้าหมายได้ดังนี้ 1) กลุ่มที่มีสุขภาพร่างกายบกพร่อง ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ต้องพึ่งพิง ได้รับการดูแลตลอดเวลาและถูกทอดทิ้ง 2) กลุ่มที่มีสุขภาพร่างกายบกพร่องไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ต้องพึ่งพิง ได้รับการดูแลตลอดเวลา แต่อยู่กับสมาชิกในครอบครัว 3) กลุ่มที่พอช่วยตัวเองได้ แต่มีความเปราะบางหรือมีความเสี่ยงสูงต้องการมีคนดูแลเป็นครั้งคราว 4) กลุ่มที่มีสภาวะสุขภาพดีช่วยเหลือตัวเอง และช่วยเหลือผู้อื่นได้ ส่วนที่ 3. ขั้นตอนการดำเนินงาน แบ่งเป็น 2 ระยะใหญ่ ดังนี้
2.5 รายงานผลการปฏิบัติงาน ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทราบ เพื่อร่วมกันพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น ส่วนที่ 4 กิจกรรมการให้บริการสวัสดิการสังคมแบบกลุ่มพึ่งพา และการดูแลที่บ้าน สำหรับผู้สูงอายุและผู้พิการในชุมชน 4.1 กิจกรรมส่วน Group Home อาคารเอนกประสงค์ ประกอบด้วย
ครอบครัวอุปถัมภ์ เป็นบริการที่จัดสำหรับผู้สูงอายุ ผู้พิการ ที่ขาดผู้ดูแล รวมทั้ง ญาติ ทั้งในลักษณะบ้านพักถาวรและชั่วคราว โดยมีครอบครัวในชุมชนรับเป็นผู้อุปถัมภ์ให้การอุปการะ และดูแลเช่นเดียวกับญาติ 4.2 กิจกรรมส่วน Home Care
รูปแบบการให้บริการสวัสดิการสังคมแบบกลุ่มพึ่งพา และการดูแลที่บ้านสำหรับผู้สูงอายุและผู้พิการในชุมชน
5. ปัจจัยที่นำไปสู่ความสำเร็จของการจัดบริการสังคมแก่ผู้สูงอายุ ผู้พิการในชุมชน 1. การมีผู้นำชุมชนที่มีจิตสำนึกด้านสวัสดิการการจัดสวัสดิการเป็นเรื่องของคนในชุมชน ที่จะต้องเรียนรู้ปัญหาของตนเองเสนอปัญหาและกำหนดความต้องการและวิธีการซึ่งผู้ที่มีบทบาทต่อการริเริ่มจัดสวัสดิการเหล่านี้คือผู้นำชุมชนโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้นำที่เป็นทางการที่จะเป็นแหล่งที่มาของความคิดการจัดการด้านงบประมาณเพื่อสนับสนุนการจัดสวัสดิการ 2. การมีนักวิชาชีพเฉพาะด้านในชุมชน การกระจายบริการสวัสดิสังคมที่เน้นการให้บริการในระดับชุมชนและครอบครัวจึงจำเป็นต้องมีนักวิชาชีพเฉพาะด้านในชุมชน เช่น นักสังคมสงเคราะห์ชุมชนนักกายภาพบำบัดและพยาบาลวิชาชีพเพื่อเพิ่มพลังความสามารถของประชาชนและชุมชนสร้างความเข้มแข็งทั้งด้านการเรียนรู้ การบริหารจัดการสวัสดิการในชุมชน การจัดการเกี่ยวกับระบบข้อมูลของสภาพปัญหาความต้องกาตลอดจนระบบการเฝ้าระวังทางสังคม 3. การมีระบบเฝ้าระวังในชุมชน สภาพปัญหาของผู้สูงอายุและผู้พิการที่เป็นกลุ่มที่ยากจนไม่มีผู้ดูแลกลุ่มเจ็บป่วยป่วยเรื้อรังและมีอาการทางจิตประสาท และกลุ่มผู้ดูแลผู้สูงอายุและผู้พิการ เป็นกลุ่มที่ต้องการความช่วยเหลือมากกว่ากลุ่มอื่น การมีระบบการเฝ้าระวังทางสังคมจะทำหน้าที่ในการสะท้อนปัญหาความต้องการและเป็นแหล่งจัดเก็บวิเคราะห์ข้อมูลของชุมชนอย่างเป็นระบบ เพื่อประโยชน์ในการวางแผน การให้ความช่วยเหลือผู้สูงอายุและผู้พิการในชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ 4. การมีระบบอาสาสมัครที่เข้มแข็ง อาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุและผู้พิการที่บ้านเป็นผู้ที่ได้รับ การอบรมความรู้ ฝึกทักษะ เพื่อให้การดูแลให้คำปรึกษา แก่ผู้สูงอายุ ผู้พิการและสมาชิกในครอบครัวเพื่อให้สามารถดูแลช่วยเหลือดำรงชีวิตในการประกอบกิจวัตรประจำวันฟื้นฟูสมรรถภาพผู้พิการสูงอายุและผู้พิการเบื้องต้นที่บ้านได้ นอกจากนั้นการมีระบบอาสาสมัครที่เข้มแข็งยังส่งผลต่อระบบข้อมูลเพื่อเฝ้าระวังและจัดสวัสดิการในชุมชน รวมทั้งการใช้อาสาสมัครเป็นกลไกในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาชุมชน 5. ความเข้มแข็งของระบบเครือข่ายในชุมชน องค์กรชุมชนเข้มแข็งแต่ละองค์กรจะมีการเคลื่อนไหวเพื่อแก้ปัญหาและพึ่งพาตนเอง ซึ่งช่วยทำให้กลุ่มและเครือข่ายเกิดความแข็งแรงและขยายตัวและยิ่งเมื่อพวกเขามีการเคลื่อนไหวร่วมกับเครือข่ายชุมชนเข้มแข็งประเภทอื่น ๆ หรือมีการเรียนรู้ข้ามภูมิภาค หรือเป็นระดับนานาชาติด้วยแล้ว จะยิ่งเกิดการเรียนรู้ทางพลังยิ่งขึ้น นี้คือโครงสร้างพื้นฐานและกิจกรรมจำเป็นสำหรับประชาสังคมในทุกท้องถิ่น กล่าวโดยสรุปการจัดบริการสังคมแบบกลุ่มพึ่งพาและบริการดูแลที่บ้านสำหรับผู้สูงอายุและ ผู้พิการในชุมชนเป็นรูปแบบการจัดบริการสังคมที่มุ่งจะขยายเข้าสู่ชุมชนให้กว้างขวางและหลากหลายมากขึ้นโดยการสนับสนุนและส่งเสริมให้กลุ่มเป้าหมาย (ผู้สูงอายุและผู้พิการ) ครอบครัว กลุ่ม และองค์กรชุมชน รวมทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้มีส่วนร่วมในการจัดบริการสังคมทำมีความเหมาะสมสอดคล้องกับสภาพปัญหาความต้องการ และวัฒนธรรมประเพณีของกลุ่มเป้าหมายในแต่ละพื้นที่ โดยที่องค์กรหรือหน่วยงานภายนอกจะทำหน้าที่เป็นเพียงพี่เลี้ยง ให้คำแนะนำปรึกษารวมทั้งการสนับสนุนด้านเทคนิค วิชาการ การประสานงานและทรัพยากร ปัจจัยสำคัญที่จะทำให้การจัดบริการสังคมประสบความสำเร็จได้แก่ การมีระบบฐานข้อมูลที่ชัดเจนถูกต้อง การมีส่วนร่วมของกลุ่มเป้าหมาย ครอบครัวและชุมชน มีผู้นำชุมนที่มีจิตสำนึก มีนักวิชาชีพเฉพาะด้านในชุมชน การมีระบบเฝ้าระวัง ระบบอาสาสมัครชุมชน รวมทั้งการมีระบบเครือข่ายชุมชนที่เข้มแข็ง บรรณานุกรม กรรณิกา ขวัญอารีย์ และภุชงค์ เสนานุช. “ เอกสารประกอบการประชุมคณะทำงานจัดทำแนวทางการจัดบริการสังคมรูปแบบกลุ่มพึ่งพา (Group Home) และบริการดูแลที่บ้าน (Home Care) สำหรับผู้พิการและผู้สูงอายุในชุมชน” สำนักพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ วันศุกร์ที่ 25 สิงหาคม 2549 ห้องราชาวดี 2 โรงแรมปริ้นพาเลซ กรุงเทพมหานคร,2549. ภุชงค์ เสนานุช.“ผู้สูงอายุ : ปัญหาที่กำลังท้าทายสังคมไทย”. วารสาร APO Digest (July-September 2006) :32-39 ,2549. วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ มณเฑียร บุญตัน อัครพรรณ ขวัญชื่น “กฎหมายและกฎระเบียบที่จํากัดสิทธิคนพิการในการประกอบอาชีพ” http://www.oppd.opp.go.th/vijai5.pdf,2549. ศศิพัฒน์ ยอดเพชร . การพัฒนาระบบการดูแลระยะยาวในครอบครัวสำหรับผู้สูงอายุ . กรุงเทพฯ: มิสเตอร์ก๊อปปี้,2549. สถาพร มงคลศรีสวัสดิ์ สันติศักดิ์ มะเริงสิทธิ์ และบัวบาน จันทราษี “ การสร้างความเข้มแข็งให้ผู้พิการ ครอบครัวและชุมชนในชุมชนจังหวัดร้อยเอ็ดโดยใช้กระบวนการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้พิการโดยชุมชน” http://www.oppd.opp.go.th/vijai3.pdf,2549. สุภรธรรม มงคลสวัสดิ์ และ อัครพรรณ ขวัญชื่น “ครอบครัวคนพิการทางสติปัญญาในจังหวัดพัทลุง” http://www.oppd.opp.go.th/vijai2.pdf ,2549. United Nations, Population Division “Population Ageing 2000”. www.un.org/esa/population/ publications/ ageing/ Graph.pdf,2549. Olive Evans . “Group Living for the Elderly” http://guery.nytimes.com/gst/fullpage.html,2549. “Care Provided by Family or Others at Home”. http://www.longtermcarelink.net/eldercare/long term careat home.htm, 2549. “Green House Project for the Elderly”. http://thegreenhouseproject.com,2549. “Maryland, Department of Aging”. http://www.mdoa.state.md.us/home_subsidy.html,2549. “Illinois Department of Public Health” http://www.idph.state.il.us/healthcare/assistedliving_list.htm,2549. “Inlasningstjansten (2002) Services for the elderly in Stockholm”. www.stockholm.se/file/46700-46799/file_46754 pdf,2549. Ministry of Foreign Affairs, Japan Fact Sheet on Welfare “ Helping the Elderly, the Youth, and the Disabled” www.web-japan.org/factsheet pdf/welfare.pdf,2549.
|
|||
| ปรับปรุงล่าสุด วันอาทิตย์ที่ ๑๐ กรกฏาคม ๒๕๕๔ เวลา ๐๔:๐๗ น. |










