| การแก้ปัญหาเหล้าและความรุนแรงในครอบครัวโดยฐานชุมชน |
|
|
|
| เขียนโดย Administrator | |||
| วันเสาร์ที่ ๑๓ มิถุนายน ๒๕๕๒ เวลา ๐๖:๐๖ น. | |||
|
การแก้ปัญหาเหล้าและความรุนแรงในครอบครัวโดยฐานชุมชน นวลใย วัฒนกูล* องค์กรปฏิบัติงานแก้ไขปัญหาเหล้าและความรุนแรงในครอบครัว ยืนยันว่าการดื่มเหล้าของผู้ชายมีผลทำให้เกิดการกระทำความรุนแรงในครอบครัว ซึ่งผู้ที่ถูกกระทำส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงและเด็ก มีผลกระทบต่อครอบครัวทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคมและเศรษฐกิจ สังคม ที่สำคัญได้ระบุว่าผลกระทบทางสังคมด้านพฤติกรรมการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และการกระทำความรุนแรงในครอบครัวนั้นเป็นระบาดวิทยาอย่างหนึ่ง คือ การเกิดวงจรการดื่มเหล้าและกระทำความรุนในครอบครัวอย่างไม่สิ้นสุด การแก้ไขปัญหาเหล้าและความรุนแรงในครอบครัวได้มีการแก้ไขปัญหาด้วยการส่งเสริมให้ผู้หญิงปรับตัวและทำบทบาทของตนเองในความเป็น ภรรยา แม่ และเป็นแบบอย่างที่ดี และการสงเคราะห์ช่วยเหลือ อาจไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างยั่งยืน จึงได้มีการพยายามแก้ไขปัญหาเหล้าและความรุนแรงในครอบครัวโดยฐานชุมชนมากขึ้น คำสำคัญ : เหล้า ความรุนแรงในครอบครัว การแก้ปัญหาเหล้าและความรุนแรงในครอบครัวโดยฐานชุมชน เหล้าเป็นคำเรียกโดยรวมที่ใช้เรียกเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ทุกชนิดที่ดื่มแล้วเมา สังคมไทยมีภาพการใช้เหล้า 3 ลักษณะ คือ 1) ใช้เป็นเครื่องเซ่นไหว้ประกอบพิธีกรรมตามความเชื่อและประเพณีต่างๆ 2) ใช้ดื่มเพื่อเป็นยาและคลายเครียด 3) ใช้เป็นเครื่องดื่มที่แสดงออกของความเป็นลูกผู้ชาย อย่างไรก็ตามพบว่าคนไทยมีพฤติกรรมการดื่มเหล้ามากขึ้นทุกเพศทุกวัยและนิยมดื่มกันได้ทุกโอกาส เทศกาลงานบุญประเพณีต่างๆ และพิธีกรรมต่างๆ องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่าปี 2543 คนไทยดื่มเหล้าสูงเป็นอันดับ 5 ของโลก เฉลี่ยดื่มคนละเกือบ 14 ลิตรต่อปี การดื่มเหล้าจำนวนมากเช่นนี้ของคนไทยกระจายอยู่ในชุมชนทุกแห่งทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย ก่อให้เกิดผลเสียหายที่แก่สังคมโดยรวมและประชาชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และประเด็นสำคัญคือการสร้างปัญหาสังคมในครอบครัวและสังคมแล้วย่อมส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของทุกคนที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตามในระยะเวลาประมาณ4ที่ผ่านมา(2546-2549)ได้มีหลายหน่วยงานที่ทำงานใกล้ชิดกับภาคประชาชนที่พยายามเข้าไปแก้ไขปัญหาเหล้าและความรุนแรงในครอบครัวโดยใช้ชุมชนเป็นฐาน ผู้เขียนได้มีโอกาสเข้าร่วมเรียนรู้ด้วยหลายองค์กร จึงมีความประสงค์ที่จะนำเสนอบทเรียนดังกล่าวเพื่อประโยชน์ในการแก้ไขปัญหาเหล้าและความรุนแรงในครอบครัวได้อย่างต่อเนื่องและยังยืนต่อไป ด้วยการเริ่มจากการเข้าใจเรื่องความสำคัญของครอบครัว เหล้าและความรุนแรงในครอบครัว การแก้ปัญหาความรุนแรงในครอบในสังคมไทยและการใช้ฐานชุมชนในการแก้ปัญหาเหล้าและความรุนแรงในครอบครัว ดังนี้ ความความหมายและความสำคัญของครอบครัว ครอบครัวมีความหมายสองลักษณะ คือ ในเชิงโครงสร้างและ ในเชิงคุณภาพ (พูนสุข ช่วยทอง 2548:2)ในเชิงโครงสร้าง มี 2 ประเภท คือ (1) ครอบเดี่ยว หมายถึง ครอบครัวที่มีโครงสร้างของครอบครัวประกอบด้วยพ่อ แม่ และลูก ที่ชีวิตร่วมกันทั้งทางด้านสังคมและเศรษฐกิจ มีปฏิสัมพันธ์ดูแลซึ่งกันและกัน และ (2) ครอบครัวขยาย หมายถึง ครอบครัวที่มีโครงสร้างของครอบครัวที่ประกอบด้วย ปู่ ย่า ตา ยาย พ่อ แม่ และลูก ในเชิงคุณภาพ คือครอบครัวที่สมาชิกในครอบครัวปรับตัวกันได้อย่างเหมาะสมสามารถให้ความรัก ความเอื้ออาทรต่อกัน เป็นที่พึ่งพิงที่อบอุ่นทั้งร่างกายและจิตใจของสมาชิกในครอบครัว ขัดเกลาสร้างเสริมคุณธรรม จริยธรรม ปลูกฝังและสร้างค่านิยมที่ดีให้เป็นที่ยึดเหนี่ยวทางด้านจิตใจของสมาชิกในครอบครัว ดังความหมายดังกล่าวข้างต้น ครอบครัวจึงเป็นหน่วยสังคมที่มีขนาดเล็กที่สุดและสำคัญที่สุดในการวางรากฐานการเจริญเติบโตของชีวิตมนุษย์ที่เกิดมาในครอบครัวให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี เหล้าและความรุนแรงในครอบครัว พันธกิจสำคัญที่สามีภรรยาจะต้องเรียนรู้และทำให้สำเร็จ 2 ประการในการอยู่ร่วมเป็นครอบครัว คือ 1) พันธกิจของความสัมพันธ์ภายในระหว่างสามีกับภรรยาโดยตรงประกอบด้วย (1) ความรักใคร่ดูแลเอาใจใส่ซึ่งกันและกัน ในบริบทสังคมไทยการดำเนินชีวิตครอบครัวตามพันธกิจดังกล่าว ได้กำหนดให้ผู้ชายเป็นใหญ่มีบทบาทในการนำครอบครัวให้บรรลุพันธกิจดังกล่าว ด้วยความเชื่อที่ว่า “ผู้ชายเป็นช้างเท้าหน้า และผู้หญิงเป็นช้างเท้าหลัง” พ่อแม่มีความกังวลใจหากบุตรสาวของตนมีอายุมากแล้วยังไม่มีชายใดมาขอแต่งงานด้วยว่าในอนาคตจะลำบากเพราะขาดผู้นำครอบครัว แต่ในปัจจุบันกลับพบว่าผู้หญิงขาดความปลอดภัยในครอบครัวของตนเองมากขึ้น ด้วยเหตุผล ผู้ชายส่วนใหญ่ไม่สามารถทำบทบาทผู้นำครอบครัวด้านเศรษฐกิจ คือหารายได้เลี้ยงดูครอบครัวอย่างสมบูรณ์ ผู้หญิงต้องออกมาทำหน้าที่หารายได้จุนเจือครอบครัวไปพร้อมกันกับการทำงานบ้านเลี้ยงลูกและดูแลสมาชิกคนอื่นๆในครอบครัวในขณะที่มีผู้ชายเป็นส่วนน้อยที่ช่วยเหลืองานในครอบครัว ที่สำคัญผู้หญิงบางส่วนได้รับการกระทำความรุนแรงจากผู้ชายที่เป็นสามีหรือพ่อกระทำความรุนแรงมากขึ้น ความรุนแรงในครอบครัว หมายถึงพฤติกรรมการล่วงละเมิด บังคับ ขู่เข็ญ ทำร้าย โดยบุคคลในครอบครัว มีหลายรูปแบบ เช่น การใช้กำลังทำร้ายทุบตี ไม่รับผิดชอบครอบครัว การนอกใจภรรยาการขายลูกสาว ทำให้อับอาย เศร้าเสียใจ การมึนตึงไม่พูดด้วย การปิดกั้นทางสังคมไม่ให้ติดต่อกับเพื่อน ญาติพี่น้องหรือสังคมภายนอก การควบคุมทางการเงินเพื่อให้ต้องพึ่งพาทางเศรษฐกิจจากอีกฝ่ายหนึ่ง การข่มขืนกระทำชำเราจากบุคคลในครอบครัวฯลฯ (มูลนิธิเพื่อนหญิง) มีรายงานสถานการณ์ความรุนแรงในครอบครัว ที่น่าสนใจ เช่น สำนักงานกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว ได้วิเคราะห์ข้อมูลจากหนังสือพิมพ์ คือ ไทยรัฐ เดลินิวส์ ข่าวสด คมชัดลึก มติชน และสยามรัฐ (มกราคม – 26 ตุลาคม 2547) พบเหตุการณ์ ความรุนแรงในครอบครัวรวม 63 กรณี มีผู้ถูกกระทำทั้งสิ้น 67 คน และผู้กระทำผิด จำนวน 94 คน โดยมีลักษณะการกระทำรุนแรง คือ ซึ่งความสัมพันธ์ระหว่างผู้กระทำและผู้ถูกกระทำมากที่สุด คือ พ่อข่มขืนลูกตนเอง คิดเป็นร้อยละ 84 รองลงมาคือ ทารกถูกทอดทิ้ง คิดเป็นร้อยละ 44.78 มูลนิธิเพื่อนหญิงระบุว่า ผลการศึกษาส่วนใหญ่ได้ระบุว่าผู้ชายที่กระทำความรุนแรงต่อผู้หญิงและเด็กนั้นส่วนใหญ่ดื่มเหล้าและผลกระทบของความรุนแรงที่มีต่อผู้หญิงและเด็ก ดังนี้ 1. ผลกระทบทางกาย ได้แก่ 2. ผลกระทบทางด้านจิตใจ ได้แก่ 3. ผลกระทบทางด้านสังคม ได้แก่ 5. ผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจ พบว่าครอบครัวที่มีสามีและลูกชายดื่มเหล้าค่าใช้จ่ายสูงมาก มีผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายในครัวเรือน และเป็นสาเหตุให้สามีภรรยาทะเลาะกัน สมาชิกในครอบครัวมีปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีพไม่เพียงพอและเป็นมูลเหตุให้เกิดปัญหาสังคมต่างๆ การแก้ปัญหาเหล้าและความรุนแรงต่อผู้หญิงในครอบครัวของสังคมไทย ความรุนแรงในครอบครัวของสังคมไทย มีควบคู่กับประวัติศาสตร์ไทยก็เป็นได้ เพราะปรากฏในงานเขียนของนุ่มนวล ยัพราช (2549:105-106) กล่าวถึงการต่อสู้ของผู้หญิงในสมัยรัชกาลที่ 4 เช่น การเรียกร้องสิทธิที่จะเลือกคู่ครองตามปรารถนา การเรียกร้องสิทธิที่ไม่ถูกขายจากสามีและพ่อ) การแก้ปัญหาความรุนแรงต่อผู้หญิงโดยภาพรวม อาจพิจารณาได้ดังนี้ 1. การใช้ภูมิปัญญาเครือข่ายทางสังคมในการแก้ไขปัญหาความรุนแรงในครอบครัว 2. การแก้ปัญหาโดยรัฐบาลและกลุ่มคนชั้นกลาง การส่งเสริมการรวมกลุ่มของผู้หญิงตามอาชีพของสามี เพื่อให้ความรู้ความเข้าใจในบทบาทของการเป็นแม่ เป็นภรรยา การทำงานสังคมสงเคราะห์อาสาสมัคร ตลอดจนการทำอาชีพเสริมเพื่อช่วยเหลือครอบครัวในสภาวะเศรษฐกิจที่สามีภรรยาต้องช่วยกันหารายได้จุลเจือครอบครัว ต่อมาได้มีการจัดตั้งศูนย์พิทักษ์เด็กและสตรี ให้มีการแก้ปัญหาความรุนแรงต่อสตรี โดยกำหนดให้โรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขได้จัดให้มีศูนย์ช่วยเหลือเด็กและสตรีที่อยู่ในภาวะวิกฤตจากความรุนแรง โดยมีคณะทำงานเป็นทีมสหวิชาชีพให้บริการช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง การทำงานโดยศูนย์นี้เน้นการให้ความช่วยเหลือเป็นรายบุคคล จึงมีความเด่นชัดเฉพาะเรื่องการแก้ไขปัญหาแบบตั้งรับ แต่ขยายผลไปในเชิงป้องกันได้ยาก 3.การแก้ปัญหาโดยการฟ้องร้องคดีความ ส่วนใหญ่ผู้หญิงไม่กล้าดำเนินการทางด้านนี้ เพราะถือเป็นเรื่องอับอาย ครอบครัวแตกแยก เกิดผลกระทบกับลูกและสมาชิกในครอบครัว 4.การแก้ปัญหาโดยใช้แนวคิดบทบาทหญิงชาย เป็นการให้ความรู้แก่หญิงชายให้เข้าใจบทบาทของกันและกัน เห็นคุณค่าและศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ เพื่อลดการกระทำความรุนแรงในครอบครัว มีการทำงานเพียงกลุ่มเล็กๆ ที่เป็นองค์กรพัฒนาเอกชน นับจากปี 2519 เช่น มูลนิธิเพื่อหญิง มูลนิธิผู้หญิง และองค์กรเครือข่าย ยังเป็นกระบวนการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องในกลุ่มคนบางกลุ่มเท่านั้น การแก้ปัญหาเหล้าและความรุนแรงในครอบครัวโดยฐานชุมชน ปัญหาการดื่มเหล้าแล้วก่อให้เกิดความรุนแรงในครอบครัว เป็นปัญหาเฉพาะครอบครัว แต่มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีกลไกเข้าไปแทรกแซงปัญหานั้นจะได้เบาลงและหายไปในที่สุด ชุมชนจึงเป็นหน่วยที่อยู่ใกล้ครอบครัวมากที่สุดควรเข้ามามีบทบาทในการป้องกันและแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง อย่างไรก็ตามชุมชนในสถานการณ์ปัจจุบันมีความอ่อนแอจำเป็นต้องได้รับการเสริมสร้างให้เข้มแข็งเพื่อที่จะสามารถทำหน้าที่แก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ การแก้ไขปัญหาเหล้าและความรุนแรงในครอบครัวโดยฐานชุมชน หมายถึง การใช้ชุมชนเป็นศูนย์กลางในการแก้ปัญหาโดยความร่วมมือของทุกภาคส่วน คือ ประชาชน องค์กรชุมชน สถาบันศาสนา องค์กรภาครัฐและเอกชนโดยมีขั้นตอนการดำเนินการ ดังนี้ แผนภูมที่ 1 ขั้นตอนการใช้ฐานชุมชนแก้ปัญหาเหล้าและความรุนแรงในครอบครัว
กรณีตัวอย่าง การดำเนินโครงการโครงการแก้ไขปัญหาเหล้าและความรุนแรงในครอบครัว ตำบลตระแสง อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ ปี พ.ศ. 2549 มีขั้นตอน ดังนี้ 1.การค้นหาแกนนำและกระตุ้นให้ผู้ประสบปัญหาเรื่องเหล้าและความรุนแรงในครอบครัวตระหนักในปัญหา ตำบลตระแสง อำเภอเมืองจังหวัดสุรินทร์ เป็นพื้นที่หนึ่งที่ชาวบ้านนิยมดื่มเหล้ามากและมีปรากฏการณ์ของการกระทำความรุนแรงในครอบครัว องค์กรขวัญชุมชน ได้ใช้กระบวนการให้ความรู้เรื่องปัญหาเหล้าและความรุนแรงในครอบครัว ด้วยการหาแกนนำในชุมชน พบว่าในชุมชนมีผู้นำสตรีที่มีบาบาทสำคัญในการทำงานพัฒนาชุมต่อเนื่องมากว่า 40 ปี มีความเข้าใจปัญหาเรื่องเหล้าและความรุนแรงในครอบครัว เป็นอย่างดี เพราะสามีและลูกดื่มเหล้าเป็นจำนวนมาก สามีเป็นผู้ใหญ่ และมีอาชีพขับรถโดยสารจากตัวหมู่บ้านเข้าเมือง รายได้ส่วนใหญ่เหลือกลับบ้านน้อย มากเมื่อติดตามดูบัญชีที่ร้านสหกรณ์หมู่บ้านสูงมาก และคาดว่ามีการชื้อร้านอื่นนอกชุมชนอีกมาก และได้วิเคราะห์หาแกนนำอื่นๆในชุมชนส่วนใหญ่เป็นสตรีที่เคยประสบปัญหา ดำเนินการแก้ไขด้วยตนเองได้ผลมาระดับหนึ่ง ได้ ประมาณ 5 – 6 คน ร่วมกันวางแผนทำความเข้าใจเรื่องปัญหาเหล้ากับความรุนแรงในครอบครัว ทำการสำรวจข้อมูลการกินเหล้าและสำรวจบัญชีค่าเหล้าเบียร์ในร้านค้าย้อนหลัง 3 เดือน ของตำบลตระแสง พบว่า ผู้ชายดื่มเหล้าสูงสุดร้อยละ 90 และดื่มทุกวัน โดยมีค่าใช้จ่ายค่าเหล้าสูงสุด วันละ 100-200 บาท โดยเฉลี่ย 3 เดือนผู้ชายที่ตอบแบบสอบถามมีค่าใช้จ่ายเพื่อการกินเหล้า จำนวน 226,715 บาท ซึ่งนับว่าเป็นเงินจำนวนมาก คณะทำงานได้นำผลการวิจัยจัดทำประชาคมตำบล ส่งผลให้ผู้เข้าร่วมประชาคมตระหนักในปัญหาการดื่มเหล้าที่มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจของครอบครัวอย่างชัดเจน ประกอบกับการรณรงค์งดเหล้าทั่วประเทศของกระแสตอนนั้นคือเลิกเหล้าเลิกจน ทำให้ผู้นำในชุมชน กำนันผู้ใหญ่บ้าน สมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลหันมาให้ความสนใจประเด็นปัญหาเหล้าและความยากจน นำโครงการส่งเสริมอาชีพต่างๆ มาเสนอให้กับประชาชนมากขึ้น ชาวบ้านชายหญิงเริ่มตระหนักและเข้าผลกระทบจากการดื่มเหล้ามากขึ้น บรรยากาศของการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องปัญหาเหล้าและความรุนแรงในครอบครัวได้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในชุมชน 2. การกระตุ้นและส่งเสริมเกิดการรวมตัวกันเป็นกลุ่มหรือเครือข่ายที่จะแก้ไขปัญหา การแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องปัญหาเหล้าและความรุนแรงในครอบครัวมีมากขึ้นในชุมชน ทางองค์กรขวัญชุมชนได้นำแกนนำประมาณ 10 คน ไปศึกษาดูงานในชุมชนที่ประสบความสำเร็จในการแก้ไขปัญหาเหล้าและความรุนแรงในครอบครัว ที่เครือข่ายชุมชนลดเหล้า:ลดความรุนแรงต่อผู้หญิงและเด็กศูนย์ประสานการช่วยเหลือผู้หญิงและเด็กอำนาจเจริญ หมู่บ้านคำกลาง ตำบลโนนหนามแท่ง อำเภอเมือง จังหวัดอำนาจเจริญ กลุ่มแกนได้นำความรู้ความเข้าใจที่ได้จากการศึกษาดูงาน จัดกิจกรรมรณรงค์ให้คนในชุมชนเลิกเหล้า โดยแกนนำหญิงชายทำตัวเป็นแบบอย่าง รวมกลุ่มผู้สมัครเลิกเหล้าทำหน้าที่เป็นแกนนำในการรณรงค์ ที่สำคัญมีผู้ใหญ่บ้านหนุ่ม 3 สมัครใจเลิกเหล้าเพื่อเป็นแบบอย่างแก่ลูกบ้าน มีชาวบ้านร่วมลดละเลิกเหล้าประมาณ 100 ราย 3. การให้ความรู้ทักษะ ทัศนคติ ในการแก้ไขปัญหา กระบวนการดำเนินงานเป็นการเสริมสร้างความเข้มแข็งของกลุ่มผู้เลิกเหล้า มี 2 ระดับ คือ 4.ส่งเสริมและพัฒนาทักษะการประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการร่วมกันแก้ไขปัญหา แกนนำได้ทำหน้าที่เป็นแกนนำในการจัดกระบวนการระดับชุมชน สามารถประสานความร่วมมือภาคีต่างๆได้เป็นจำนวนมาก เช่น 5. การพัฒนาและผลักดันนโยบายทั้งในท้องถิ่นและจังหวัด แกนนำในระดับชุมชน พยายามผลักดันแนวคิดการแก้ไขปัญหาเหล้าและความรุนแรงในครอบครัว เข้าไปเป็นนโยบายของทุกกลไกในระดับท้องถิ่น เช่น องค์การบริหารส่วนตำบล สหกรณ์เครดิตยูเหนี่ยน วัด และหน่วยงานระดับอำเภอ ซึ่งส่วนใหญ่ยังไม่เกิดผลในเชิงนโยบายแต่จะได้รับความร่วมมือจากกลไกในระดับท้องถิ่นเป็นอย่างดี 6. สรุปบทเรียนและการขยายผล ช่วยให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ที่ดี โดยเฉพาะแกนนำการทำกิจกรรมแต่ละครั้งแกนนำจะทำการสรุปบทเรียนและนำผลที่ได้ไปขยายผลโดยที่แกนนำทำหน้าที่เป็นนักส่งเสริมและรณรงค์อย่างต่อเนื่องเป็นวิถีชุมชนอีกรูปแบบหนึ่ง ข้ออภิปรายและเสนอแนะ ปัญหาเหล้าและความรุนแรงในครอบครัว เป็นปัญหาที่ชุมชนต้องยื่นมือเข้าไปดำเนินการป้องกันและแก้ไข ด้วยการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กลไกและผู้นำในชุมชนให้ดำเนินงานแทรกแซงแก้ไขปัญหานี้ในชุมชนของตนเองได้นั้นมีแนวโน้มที่จะแก้ไขได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน เพราะเป็นการเสริมสร้างให้ชุมชนเฝ้าระวังป้องกันและแก้ไขปัญหาร่วมกัน บทเรียนที่ได้จากการดำเนินงานแก้ปัญหาเหล้าและความรุนแรงในครอบครัวโดยฐานชุมชน ทั้งนี้จากกรณีตัวอย่างข้างต้นและพื้นที่อื่นๆ พบว่าผู้นำหรือแกนนำในชุมชนเป็นกลไกที่สำคัญในการขับเคลื่อนให้งานดำเนินไปได้ การให้ความรู้ เสริมทักษะการทำงานเป็นสิ่งที่ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ชุมชนที่มีเครือข่ายการทำกลุ่มออมทรัพย์ สหกรณ์เครดิตยูเหนี่ยน มีแนวโน้มที่จะรับแนวคิดเรื่องการแก้ไขปัญหาเหล้าและความรุนแรงในครอบครัวได้ดี ถ้าเปรียบกลุ่มออมทรัพย์เป็นการออมเงินกับกลุ่มลด ละ เลิกเหล้านับว่าเป็นการการออมชีวิต ซึ่งต้องใช้พลังในตัวบุคคล พลังครอบครัว พลังกลุ่ม และพลังชุมชนหนุนเสริม จึงจะสามารถช่วยให้ผู้ที่มีพฤติกรรมการดื่มเหล้าและกระทำความรุนแรงในครอบครัวยุติพฤติกรรมได้ ที่สำคัญบุคคลที่เคยมีประสบการณ์การแก้ไขปัญหานี้ในครอบครัวของตนเองแล้ว จะมีความสามารถพื้นฐานที่ดีในการพัฒนาต่อยอดเป็นผู้ให้คำปรึกษาแก่ครอบครัวที่ประสบปัญหาและการทำกลุ่มสนับสนุนในชุมชน ซึ่งส่วนนี้ผู้เขียนได้มีโอกาสเรียนรู้จากงานดำเนินงานรณรงค์งดเหล้าจากสมาคมหมออนามัยที่ดำเนินการทั้งประเทศ ในกิจกรรมชุมชนต้นแบบงดเหล้าเข้าพรรษา ที่ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2546 จนถึงปัจจุบัน เดิมหมออนามัยมีความตั้งใจที่จะทำงานเพื่อชาวบ้านต่อมาได้พิจารณาพบว่าชุมชนของตน(สมาคมหมออนามัย) และอาสาสมัครสาธารณสุขชุมชน(อสม.) จึงหันมาเป็นชุมชนผู้ปฏิบัติในการงดเหล้า พบว่ากลุ่มหมออนามัยสามารถมีเงินเหลือมากขึ้น ได้ความรักจากครอบครัวมากขึ้น ไปทำงานกลับมืดค่ำก็ได้รับความไว้วางใจจากสมาชิกในครอบครัว นอกจากเป็นการออมชีวิตด้วยตนเองแล้วในหลายพื้นที่ได้ใช้เงื่อนไขการงดการดื่มเหล้าและยุติความรุนแรงในครอบครัว เป็นประเด็นในการตัดสินใจให้สวัสดิการโดยชุมชน วัดป่ายาง ที่อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช เจ้าอาวาสเป็นนักพัฒนาได้ส่งเสริมให้ชาวบ้านทำกลุ่มออมทรัพย์ ทำเกษตรปลอดสารพิษ ท่านใช้วิธีการรณรงค์ให้ชาวบ้านงดเหล้าเข้าพรรษา ถ้าหากใครทำได้ตลอดพรรษา หรือตลอดชีวิต จะพิจารณาให้รับสวัสดิการจากกลุ่มออมทรัพย์เป็นอันดับหนึ่งหากต้องเปรียบเทียบกับผู้ที่ดื่มเหล้า การณรงค์ระดับชาติอย่างต่อเนื่องมีส่วนหนุนเสริมให้การทำงานในระดับชุมชนเป็นไปได้ดี จากการมีโอกาสได้พูดคุยกับบุคคลที่ลด ละ เลิกเหล้า พบว่านอกจากแรงหนุนเสริมจากชุมชนแล้วส่วนหนึ่งการรณรงค์ออกรายการวิทยุโทรทัศน์ รวมถึงป้ายรณรงค์ในพื้นที่ต่างๆ นั้นมีส่วนให้กำลังใจให้ตนเองสามารถเลิกเหล้าได้เป็นอย่างดี และบางชุมชนเมื่อได้รับการยอย่องว่าเป็นชุมชนต้นแบบแล้วยิ่งมีกำลังใจ ไม่กล้ากลับไปดื่มอีกเพราะกลัวเสียภาพลักษณ์ของชุมชนตนเอง ดังนั้นการแก้ไขปัญหาเหล้าและความรุนแรงในครอบครัวโดยใช้ชุมชนเป็นฐานจึงเป็นแนวทางที่ควรส่งเสริมให้ดำเนินการและขยายผลอย่างต่อเนื่องเพื่อพัฒนารูปแบบการ
บรรณานุกรม กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์. สถานการณ์ความรุนแรงในครอบครัว. http://www.women-family.go.th/scan/ribbon/information.20 kit.pdf ( 5 เมษายน 2550) กาญจนา แก้วเทพ. องค์กรชุมชน กลไกเพื่อแก้ปัญหา และพัฒนาสังคม. กรุงเทพฯ : แปลน พริ้นท์ติ้ง. 2540. ชัญวลี ศรีสุโข .ความรุนแรงในครอบครัว ปัญหาที่ทุกคนต้องช่วยกันแก้ไข http://www.phrathai.net/article/detail.php?catid=12&ID=172 ( 8 เมษายน 2550) มูลนิธิภูมิปัญญา. เด็กไทย วัยกิ๊ก . กรุงเทพฯ: อัมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง.2547. คณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิภาพสตรี สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระราชูปถัมภ์. ผู้หญิงกับกับความรุนแรง .กรุงเทพฯ: สมชายการพิมพ์.2546. นุ่มนวล ยัพราช. “พัฒนาการทางการเมืองขงขบวนการสิทธิสตรีไทย”.ใน ขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคมในไทย. ใจ อึ๊งภากรณ์ และคณะบรรณาธิการ. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์ประชาธิปไตยแรงงาน.2549. นิรุจน์ อุทธา และคณะ.รายงานผลการดำเนินงานโครงการประชาคมรณรงค์ลดการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จังหวัดขอนแก่น.ขอนแก่น.2550. นิตยา พิริยะพงษ์พันธ์(บรรณาธิการ) พัฒนาการเครือข่ายชุมชนลดเหล้า ลดความรุนแรง ต่อผู้หญิงและเด็ก. กรุงเทพฯ : พิมพ์ดี.2548. บุญเรือง ขาวนวล และคณะ . รายงานการถอดบทเรียนโครงการงดเหล้าเข้าพรรษา ปี 2548 ของสมาคม หมออนามัย : หนึ่งภาพสะท้อนทิศทางการทำงานเชิงเครือข่ายในสังคมไท .นนทบุรี:ยุทธรินทร์การพิมพ์.2548. เบญจพร ปัญญา. ความรุนแรงในครอบครัว http://w.w.w.thaimental.com/article_htdocs/article_detail.asp?number=302 ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ . เลี้ยงลูกวัยรุ่นยากตรงไหน. กรุงเทพฯ : พิมพ์ดี. 2547. ________ . พัฒนาการเครือข่ายชุมชนลดเหล้าความรุนแรงต่อผู้หญิงและเด็ก.กรุงเทพฯ : พิมพ์ดี.2548 ประเวศ วะสี. ยุทธศาสตร์ชาติ เพื่อความเข็มแข็งทางเศรษฐกิจ สังคม และศีลธรรม. กรุงเทพฯ: หมอชาวบ้าน.2541. ปาริชาติ วลัยเสถียร และคณะ. กระบวนการและเทคนิคการทำงานของนักพัฒนา. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. 2543. พัชรี จุลหิรัญ และสุเพ็ญศรี พึ่งโคกสูง.ข่มขืน เสียงเงียบ ที่ต้องเปิดเผย.กรุงเทพฯ: มูลนิธิเพื่อนหญิง.2549. . คู่มือสำหรับผู้หญิงที่ต้องการความช่วยเหลือ.กรุงเทพฯ: มูลนิธิเพื่อนหญิง.2549. พูนสุข ช่วยทอง . ครอบครัวและคุณภาพเด็ก . กรุงเทพฯ: วิฑูรย์การปก.2549. พรวิภา ขัฒรัชนากูล. “ความรุนแรงในวรรณกรรม จินตนาการวิทยาศาสตร์ไทย : อันตรายที่น่าหวั่น.” ใน หนังสือรวมบทความ การประชุมประจำปีทางมานุษยวิทยา ครั้งที่ 4 “วัฒนธรรมไร้อคติ ชีวิตไร้ความรุนแรง: กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกันเพท.2549. วัชรินทร์ ปัจเจกวิญญูสกุล. รายงานวิจัยการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมเยาวชนและครอบครัว: เพื่อตอบสนองการคุ้มครองเด็ก เยาวชน และครอบครัว. กรุงเทพฯ:องค์การยูนิเซฟ ประจำประเทศไทย.2545. ศรีเวียง ไพโรจน์กุลและคณะ.คู่มือปฏิบัติงานของทีมสหวิชาชีพในกระบวนการคุ้มครองเด็ก. มูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก.กรุงเทพ.2547 เสรี พงศ์พิศ . วิธีคิด วิธีทำ แผนชีวิตเศรษฐกิจชุมชน.กรุงเทพฯ : เจริญวิทย์การพิมพ์ม, 2548. องค์กรขวัญชุมชน. สรุปแบบสำรวจข้อมูลการกินเหล้าและสำรวจบัญชีค่าเหล้าเบียร์ในรอบ3 เดือน สุรินทร์:เอกสารอัดสำเนา:2549. องค์กรขวัญชุมชน. แบบรายงานการดำเนินงานฉบับสมบูรณ์ (สำหรับโครงการสร้างเสริมสุขภาพ) โครงการลดเหล้าและความรุนแรงใครครอบครัว ต.ตระแสง อ.เมือง จ.สุรินทร์ :เอกสารอัดสำเนา. 2549. Mattessich,Paul and Monsey,Barbara. Community Building: What Makes It Work (A Review of Factors Influencing Successful Community Building) .Minnesota : Amherst H. Foundation.2001.
|
|||
| ปรับปรุงล่าสุด วันอาทิตย์ที่ ๑๐ กรกฏาคม ๒๕๕๔ เวลา ๐๔:๐๗ น. |









