| ปัจจัยเกื้อหนุนการฝ่าวิกฤติของครอบครัวพ่อ / แม่เลี้ยงเดี่ยว |
|
|
|
| เขียนโดย Administrator | |||
| วันเสาร์ที่ ๑๓ มิถุนายน ๒๕๕๒ เวลา ๐๖:๐๖ น. | |||
|
ปัจจัยเกื้อหนุนการฝ่าวิกฤติของครอบครัวพ่อ / แม่เลี้ยงเดี่ยว1 ผศ.ณัฏฐ์ษา สนิทวงศ์ ณ อยุธยา2 การศึกษารายกรณีเพื่อศึกษาปัจจัยเกื้อหนุนการฝ่าวิกฤติของครอบครัวพ่อแม่เลี้ยงเดี่ยว จากการสัมภาษณ์เจาะลึกกลุ่มเป้าหมายรวมทั้งสิ้น ๒๒ ราย เป็นพ่อเลี้ยงเดี่ยว ๓ ราย แม่เลี้ยงเดี่ยว ๑๘ ราย และกรณีศึกษาที่ได้ข้อมูลทั้งฝ่ายหญิงและฝ่ายชาย ๑ ราย กลุ่มเป้าหมายมีอายุระหว่าง ๑๗ - ๕๕ ปี มีลูกตั้งแต่ ๑ – ๔ คน มีอาชีพหลากหลาย เช่น เกษตรกรรม รับจ้างทั้งในภาคเกษตรกรรม อุตสาหกรรมและบริการ ข้าราชการ ค้าขาย นักธุรกิจ พนักงานบริษัท และนักศึกษา กลุ่มตัวอย่างจดทะเบียนสมรส ๘ ราย ไม่ได้จดทะเบียนสมรส ๑๓ ราย ประเภทพ่อแม่เลี้ยงเดี่ยวของกลุ่มตัวอย่าง จัดกลุ่มได้ ๙ ประเภท ดังนี้ ๑. กลุ่มพ่อม่าย แม่ม่ายที่คู่สมรสเสียชีวิต - แม่เลี้ยงเดี่ยวที่สามีเสียชีวิตจากการถูกลอบยิงในเหตุการณ์ความไม่สงบในเขตชายแดนภาคใต้ ๑ ราย - แม่เลี้ยงเดี่ยวที่สามีเสียชีวิตจากการดื่มเหล้าหนัก ๑ ราย และจมน้ำตาย ๑ ราย - พ่อเลี้ยงเดี่ยวที่ภรรยาเสียชีวิตจากการเจ็บป่วย ๑ ราย ๒. กลุ่มพ่อ / แม่เลี้ยงเดี่ยวที่เกิดจากการหย่าร้าง - แม่เลี้ยงเดี่ยวที่ฟ้องหย่าสามีที่ยกย่องหญิงอื่นและมีปัญหาหนี้สิน ๓ ราย - แม่เลี้ยงเดี่ยวที่สามีขอหย่า ๑ ราย - พ่อเลี้ยงเดี่ยวที่ขอหย่าภรรยาเนื่องจากภรรยาติดการพนันและก่อหนี้สิน ๑ ราย ๓. การละทิ้ง / การทอดทิ้ง - แม่เลี้ยงเดี่ยวที่ถูกสามีทอดทิ้งหายไป ๒ ราย - แม่เลี้ยงเดี่ยวที่ทนพฤติกรรมสามีไม่ได้ พาลูกหนีสามี ๑ ราย (ทั้ง ๓ ราย ไม่ได้จดทะเบียนสมรส) ๔. แม่เลี้ยงเดี่ยวที่ตั้งครรภ์โดยไม่ตั้งใจ - แม่เลี้ยงเดี่ยวที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศ หรือตั้งครรภ์แล้วฝ่ายชายไม่รับผิดชอบ ๓ ราย (ทั้ง ๓ ราย ไม่ได้จดทะเบียนสมรส) ๕. พ่อเลี้ยงเดี่ยวที่ทำให้ผู้หญิงตั้งครรภ์โดยไม่ตั้งใจ ๑ ราย (ไม่ได้จดทะเบียนสมรส) ๖. การแยกทางกัน - แม่เลี้ยงเดี่ยวที่สามีใช้ความรุนแรง ๑ ราย - แม่เลี้ยงเดี่ยวที่สามีขอหย่าไปแต่งงานใหม่ แต่ภรรยาไม่ยอมหย่า ๑ ราย ๗. ภรรยาน้อย เลี้ยงลูกคนเดียว ๑ ราย (ไม่ได้จดทะเบียนสมรส) ๘. แม่เลี้ยงเดี่ยว (เดี่ยวเดี๋ยวเดียว – มีสามีใหม่อยู่เรื่อย ๆ) ๑ ราย (ไม่ได้จดทะเบียนสมรส) ๙. พ่อแม่วัยเรียน ๑ คู่ (ไม่ได้จดทะเบียนสมรส) จากการศึกษารายกรณี ได้สรุปประเด็นที่ค้นพบดังนี้ การเลือกคู่และการตัดสินใจสมรส พ่อ / แม่เลี้ยงเดี่ยวมีการเลือกคู่ครองด้วยเหตุผลที่ไม่เหมาะสมเป็นส่วนใหญ่ โดยมีความเกี่ยวพันกับสถานภาพสมรสที่ตามมา เช่น - การเลือกคู่โดยครอบครัวไม่สนับสนุน คู่สมรสมีความแตกต่างกันมาก (มีความคล้ายคลึงกันน้อย) เลือกคู่เร็ว ใช้เวลาศึกษากันน้อย เลือกคู่ตั้งแต่อายุยังน้อย หรือเลือกคู่ที่แต่งงานแล้ว มีเหตุผลในการเลือกที่ไม่เหมาะสม (ชอบเครื่องแบบ ชอบคนสวย) ลักษณะการเลือกคู่ดังกล่าว มีผลต่อความมั่นคงในชีวิตสมรส คือ เกิดการหย่าร้างหรือแยกทางกัน ต่างจากผู้ที่อยู่ในสภาพม่าย ซึ่งการเลือกคู่ครองมักได้รับความเห็นชอบจากผู้ใหญ่หรือผู้ใหญ่หาให้ หรือมีความเหมาะสมกัน มีความคล้ายคลึงกัน - การเลือกคู่ครองในกลุ่มคนระดับปานกลางค่อนข้างไปทางระดับล่าง เช่น คนที่มีอาชีพทางการเกษตรและการรับจ้าง ทั้งที่มีการเลือกที่เหมาะสมหรือไม่เหมาะสม มักเป็นคู่สมรสที่ไม่ จดทะเบียนสมรส หลังจากการสมรสจะมีคุณภาพชีวิตสมรสต่ำ ความสัมพันธ์ในครอบครัวเปราะบาง มีการใช้ความรุนแรงและแยกทางกันง่าย - ในกลุ่มวัยรุ่นวัยเรียน การคบหากับเพื่อนต่างเพศมักไม่มีการคัดเลือก หรือมีเกณฑ์การคัดเลือกน้อย มีความสัมพันธ์ทางเพศเร็ว เกิดการทอดทิ้งกันได้ง่าย ไม่มีการสมรส เมื่อตั้งครรภ์ ฝ่ายหญิงมักต้องรับผิดชอบการตั้งครรภ์แต่เพียงฝ่ายเดียว การดำเนินชีวิตคู่ การดำเนินชีวิตคู่ที่ระบุว่ามีความราบรื่น คู่สมรสมีการปรับตัวในชีวิตสมรสได้ดี เกิดขึ้นเฉพาะกลุ่มที่คู่สมรสตายจากกัน ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีการเลือกคู่ครองอย่างเหมาะสม ส่วนกลุ่มที่เลือกคู่ครองที่ไม่เหมาะสม มีลักษณะการดำเนินชีวิตสมรสที่มีคุณภาพชีวิตสมรสต่ำ เกิดการแตกแยก หย่าร้างและทอดทิ้งกัน เช่น - สืบเนื่องจากการศึกษาคุณลักษณะของคู่สมรสไม่มากพอก่อนการสมรส คู่สมรสต้องปรับตัวมาก มีการเรียนรู้ซึ่งกันและกันหลังการสมรสมาก เกิดความขัดแย้งได้มาก - ปฏิสัมพันธ์กันระหว่างคู่สมรส อุปนิสัยและการปฏิบัติตนของคู่สมรสทั้งสองฝ่ายที่ไม่เหมาะสม ทั้งที่เป็นมาก่อนการสมรส และเกิดขึ้นหรือค้นพบหลังการสมรส มีผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างคู่สมรส ทำให้ความสัมพันธ์กันน้อย การเป็นเพื่อนคู่ชีวิตและความสนิทเสน่หาระหว่างกันลดลง ลักษณะที่ไม่เหมาะสม เช่น การมีความเครียด ความไม่มีชีวิตชีวา ละเลยไม่เอาใจใส่กัน และอาจรวมไปถึงรายละเอียดของอุปนิสัยอื่น ๆ เช่น ความไม่มีระเบียบ การใช้จ่ายฟุ่มเฟือย ติดเที่ยว ติดเหล้าและการพนัน และที่สำคัญคือ การนอกใจ หยาบคาย ใช้ความรุนแรง เป็นต้น - คู่สมรสระดับล่าง มีลักษณะที่เกี่ยวเนื่องกับความไม่รักตนเอง ไม่เห็นคุณค่าในตนเอง และการไม่มุ่งมองอนาคตของตน มักไม่มีความมั่นคงในชีวิต มีอาชีพไม่แน่นอน รายได้น้อย จะยังคงมีการดำเนินชีวิตที่ไม่เหมาะสมหลังสมรส เที่ยวเตร่ หรือจำนนต่อการใช้ความรุนแรงในครอบครัว ปัญหาในชีวิตสมรส ปัญหาในชีวิตสมรสที่ทำให้ครอบครัวเกิดความไม่มั่นคง ต้องสิ้นสุดชีวิตสมรส (ยกเว้นการตายจาก) ได้แก่ การนอกใจ การเป็นหนี้ การไม่รับผิดชอบของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือทั้งสองฝ่าย (ทั้งในกลุ่มที่สมรสแล้วโดยจดทะเบียนสมรสหรือไม่จดทะเบียนสมรส และกลุ่มที่ไม่ได้สมรส) ปัญหาในชีวิตสมรสมักสืบต่อเนื่องมาจากการเลือกคู่ครองที่มีลักษณะไม่เหมาะสม (ทั้งตนเองไม่เหมาะสมและคู่ครองไม่เหมาะสม) และวิธีการเลือกหรือเหตุผลในการเลือกไม่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม กลุ่มตัวอย่างที่มีเพียง ๒๑ รายกรณี อาจจะไม่ครอบคลุมปัญหาในชีวิตสมรส ทั้งหมดทุก ๆ ปัญหา จากเห็นว่าในกลุ่มนี้ยังไม่มีตัวอย่างที่มีปัญหาด้านเศรษฐกิจเป็นหลัก มีเพียงปัญหาที่คู่สมรสมีหนี้สินมาก ๆ เท่านั้น การแก้ปัญหาในชีวิตสมรส (ปัจจัยเสี่ยง – จุดอ่อน และปัจจัยเกื้อหนุน – จุดแข็ง) การแก้ปัญหาในชีวิตสมรสของกลุ่มตัวอย่างที่ทำให้พ่อ / แม่เลี้ยงเดี่ยวผ่านภาวะวิกฤติไปได้มักมีปัจจัยเกื้อหนุนหรือมีจุดแข็ง ช่วยแก้ปัญหาให้ และ ปัจจัยเสี่ยงหรือจุดอ่อน ที่ทำให้คู่สมรสต้องเผชิญกับการมีปัญหาในครอบครัว ซึ่งปัจจัยดังกล่าวมี ๒ ระยะ คือ ปัจจัยก่อนการสมรสและปัจจัยระหว่างการสมรส ได้แก่ ๑. ปัจจัยก่อนการสมรส ๑.๑ ปัจจัยเกื้อหนุนหรือจุดแข็ง ในการศึกษาครั้งนี้ พบปัจจัยก่อนการสมรสที่เกื้อหนุนให้พ่อ / แม่เลี้ยงเดี่ยวมีความเข้มแข็ง ได้แก่ ๑.๑.๑. บรรยากาศ ความสัมพันธ์ในครอบครัวและการเลี้ยงดูจากครอบครัวเดิม บรรยากาศการเลี้ยงดูลูกด้วยความรัก มีความสัมพันธ์ใกล้ชิด เลี้ยงดูลูกโดยใช้เหตุผล ให้พึ่งตนเอง (ไม่ว่าจะอยู่ในเศรษฐฐานะระดับใด) เป็นปัจจัยเกื้อหนุนพ่อ / แม่เลี้ยงเดี่ยวในลักษณะต่าง ๆเช่น - ทำให้เป็นคนมีวุฒิภาวะ มีความมั่นคงทางจิตใจ เข้มแข็ง พร้อมเผชิญปัญหา - ช่วยในการตัดสินใจเลือกคู่ครองที่เหมาะสม - เมื่อพ่อ / แม่เลี้ยงเดี่ยวต้องเผชิญปัญหา จะหันมาพึ่งพิงครอบครัวเดิม และครอบครัวเดิมมักพร้อมให้การสนับสนุน ๑.๑.๒ การเตรียมตัวก่อนการสมรส พ่อ / แม่เลี้ยงเดี่ยวที่มีการเตรียมตัวก่อนการสมรสมากจะรักษาความมั่นคงในครอบครัวได้นานกว่า การเตรียมตัวก่อนสมรสที่ปรากฎในการศึกษารายกรณี เช่น - การคัดเลือกคนที่เหมาะสม - มีเวลาคบหาสมาคมคุ้นเคยนานพอ - ครอบครัวเดิมให้การสนับสนุน ลักษณะดังกล่าวพบชัดเจนในกลุ่มที่คู่สมรสเสียชีวิต ส่วนกลุ่มอื่นๆ การเลือกคู่ครองอาจ ได้ทำในบางส่วน เช่น อาจคัดเลือกคนที่คิดว่าเหมาะสม ได้คบคุ้นกันนาน แต่ครอบครัวไม่สนับสนุน เป็นต้น ๑.๒ ปัจจัยเสี่ยงหรือจุดอ่อน ปัจจัยเสี่ยงหรือจุดอ่อนที่ทำให้พ่อ / แม่เลี้ยงเดี่ยว เผชิญปัญหาตั้งแต่ก่อนการมีชีวิตคู่ จนถึงการเข้าสู่สภาพการเป็นพ่อ / แม่เลี้ยงเดี่ยว ได้แก่ ๑.๒.๑. บรรยากาศ ความสัมพันธ์ในครอบครัวและการเลี้ยงดูจากครอบครัวเดิม ครอบครัวเดิมซึ่งเป็นแหล่งหล่อหลอมอบรมเลี้ยงดูในวัยเด็กของพ่อ / แม่เลี้ยงเดี่ยว อาจกลายเป็นปัจจัยเสี่ยงเกี่ยวกับชีวิตครอบครัวของพ่อ / แม่เลี้ยงเดี่ยวในการวิจัยครั้งนี้ได้ในหลายประเด็น - การเลี้ยงดูลูกแบบปล่อยปละละเลย ซึ่งเกิดขึ้นได้ทั้งในกลุ่มครอบครัวที่มีฐานะทางเศรษฐกิจดีและฐานะยากจน ในกลุ่มที่มีฐานะดี การปล่อยปละละเลยเกิดจากการที่พ่อแม่มุ่งการทำมาหากินเพื่อสร้างฐานะ ขาดการอยู่ใกล้ชิดเพื่อสร้างความอบอุ่นและให้การอบรมขัดเกลา หรือละเลย ที่จะอบรมสั่งสอนให้ลูกมีแนวทางการดำเนินชีวิตที่ถูกต้อง ส่วนครอบครัวฐานะยากจนบางครอบครัว การมุ่งทำมาหากิน ตีนถีบปากกัด ทำให้มีโอกาสได้อบรมลูกน้อย กลายเป็นปล่อยปละละเลยเช่นกัน ลูกที่ถูกเลี้ยงดูแบบปล่อยปละละเลยจะขาดแนวทางการดำเนินชีวิต อาจจะถึงกับขาดการเห็นคุณค่าในตนเอง ไม่รู้จักการสร้างความสัมพันธ์กับคนอื่น นำไปสู่การขาดการคบหาสมาคมแบบฉาบฉวย รวมไปถึงการเลือกคู่ครองด้วย การไม่เห็นคุณค่าในตนเองทำให้พ่อแม่เลี้ยงเดี่ยวบางส่วนไม่รู้จักสร้างความมั่นคงในชีวิตของตนเอง รู้จักแต่การใช้ชีวิตปัจจุบันหรือ “การมีความสุขไปวัน ๆ” รวมไปถึงการจำยอมกับสภาพการถูกทำร้ายร่างกายจากสามีได้ เป็นต้น - การเลี้ยงดูลูกแบบเข้มงวด แม่เลี้ยงเดี่ยวที่ได้รับการเลี้ยงดูแบบนี้มีจุดอ่อน คือ มีความเก็บกด ต้องการมีอิสระ และการมีอิสระอาจนำไปสู่การเปิดโอกาสให้ตนเองคบหาสมาคมกับเพื่อนต่างเพศและเกิดการตั้งครรภ์โดยไม่ได้ตั้งใจได้ ๑.๒.๒ การมีกระบวนการเลือกคู่ที่ไม่เหมาะสม ขาดการคบหาสมาคมจนเกิดการรู้จักกันอย่างถ่องแท้ รวมทั้งการใช้เหตุผลในการเลือกคู่ครองที่ไม่เหมาะสม และการละเลยการคัดค้านหรือการไม่สนับสนุนของครอบครัว มีผลต่อการเสี่ยงที่จะได้คู่ครองที่ไม่ดี ไม่รับผิดชอบ ไม่ได้รักกันจริง ไม่เหมาะสมกัน ฯลฯ นำไปสู่การมีความขัดแย้งกันสูงหลังจากการใช้ชีวิตร่วมกัน ๑.๒.๓ การมีทัศนคติที่ไม่เหมาะสมเกี่ยวกับเรื่องเพื่อนต่างเพศและการมีเพศสัมพันธ์เป็นปัจจัยที่ทำให้บุคคลวัยรุ่นต้องประสบปัญหาตั้งแต่การตั้งครรภ์ที่ไม่พร้อม และการต้องมีลูกโดยที่ยังไม่ได้สมรส ๑.๒.๔ สื่อแขนงต่าง ๆ และสถานบันเทิงเป็นแหล่งเสี่ยงระดับสูงที่เปิดโอกาสให้วัยรุ่นหญิงชายได้พบปะกัน นำไปสู่การมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งต่อกัน แม้ระบบการให้ความรู้ในสังคมไทยจะพยายามรณรงค์ให้วัยรุ่นมีความสัมพันธ์ทางเพศอย่างปลอดภัย แต่ผลในทางปฏิบัติยังไม่มากพอที่จะลดปัญหาการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ได้ ๒. ปัจจัยระหว่างการสมรส ๒.๑ ปัจจัยเกื้อหนุนหรือจุดแข็ง ปัจจัยก่อนการสมรสที่เกื้อหนุนให้พ่อ / แม่เลี้ยงเดี่ยวมีความเข้มแข็งจนสามารถนำไปสู่การแก้ปัญหาหรือฝ่าวิกฤติ และมีความพร้อมจะเข้าสู่การเป็นครอบครัวพ่อเลี้ยงเดี่ยวหรือแม่เลี้ยงเดี่ยวได้ ที่พบในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ ๒.๑.๑ การมีความมั่นคงในชีวิต พ่อ / แม่เลี้ยงเดี่ยวที่มีอาชีพมั่นคง มีรายได้เลี้ยงตัวเองพอเพียง รวมทั้งการเห็นคุณค่าในตนเอง มีการศึกษาต่อ จะเผชิญสภาพการสูญเสียคู่สมรสได้ดี ไม่ว่าจะเป็นจากเป็นหรือจากตาย ๒.๑.๒ บริการสังคมเกี่ยวกับสวัสดิการครอบครัว บริการสังคมที่เกี่ยวกับการจัดสวัสดิภาพครอบครัว เช่น บริการให้คำปรึกษา บริการด้านสังคมสงเคราะห์ หากพ่อ / แม่เลี้ยงเดี่ยวสามารถเข้าถึงได้ สามารถช่วยให้พ่อ / แม่เลี้ยงเดี่ยวผ่านพ้นปัญหาวิกฤติได้ ๒.๑.๓ ความรู้รอบตัวเกี่ยวกับการปกป้องสิทธิตนเอง ความรู้รอบตัวที่จะทำให้พ่อ / แม่เลี้ยงเดี่ยวได้รับรู้สิทธิของตนเอง ความรู้ทางกฎหมาย ความรู้เกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ขององค์กรที่ตนต้องไปเกี่ยวข้อง การรับรู้แหล่งหรือรู้จักเครือข่ายที่เปิดให้บริการต่าง ๆ ทำให้พ่อ / แม่เลี้ยงเดี่ยวมีทางออกหรือทางแก้ปัญหาในครอบครัวของตน ๒.๒ ปัจจัยเสี่ยงหรือจุดอ่อน ปัจจัยเสี่ยงหรือจุดอ่อนที่เกิดขึ้นในระหว่างชีวิตสมรส ที่ส่งผลให้ครอบครัวมีปัญหาจนนำไปสู่การเกิดการหย่าร้าง แยกทาง ละทิ้ง ที่พบในการวิจัยครั้งนี้ คือ ๒.๒.๑ บุคลิกภาพที่เป็นภัยต่อความมั่นคงในชีวิตสมรส บุคลิกภาพหรือความประพฤติของคู่สมรสเป็นปัจจัยเสี่ยงที่มีผลต่อความมั่นคงในชีวิตสมรส ได้แก่
๒.๒.๒ วิกฤติในครอบครัว คือ เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดที่เกิดขึ้นระหว่างการใช้ชีวิตสมรส อันนำไปสู่การขัดแย้งและกระทบต่อความมั่นคงในชีวิตสมรส เช่น การมีลูกพิการ เป็นต้น การเลี้ยงลูก ปัญหาพฤติกรรมของลูก ในการศึกษาครั้งนี้ ครอบครัวพ่อ / แม่เลี้ยงเดี่ยวมีลูกในช่วงวัยต่าง ๆ ดังนี้
พ่อ / แม่เลี้ยงเดี่ยวที่มีลูกอยู่ในวัยทารกทั้ง ๗ ราย ยังไม่สามารถระบุหรือคาดการณ์ได้ว่าจะประสบปัญหาในการเลี้ยงดูลูกหรือไม่ กลุ่มตัวอย่างที่มีสถานภาพต่างกันมีปัจจัยแวดล้อมที่จะส่งผลต่อการเลี้ยงดูลูกต่างกัน คือ
แม่เลี้ยงเดี่ยวกลุ่มนี้จะสามารถเลี้ยงลูกให้เติบโตได้ตลอดรอดฝั่งหรือไม่น่าจะขึ้นอยู่กับปัจจัยสภาพแวดล้อมที่จะเข้ามาเกี่ยวข้องในอนาคต เช่น
ตัวแปรที่จะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคตเหล่านี้ หากสังคมมีแ นวทางให้ความรู้ คำปรึกษา หรือขอความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง อาจจะทำให้ปัญหาที่เกี่ยวกับการเลี้ยงลูกและปัญหาที่จะเกิดกับลูก ลดน้อยลง หรือไม่เกิดเป็นปัญหาเลยก็ได้ ส่วนพ่อเลี้ยงเดี่ยวที่มีลูกทารก ซึ่งย่าและญาติรับเป็นผู้เลี้ยงดูเป็นหลัก โดยพ่อมีส่วนร่วมน้อยมาก และอาจจะมีครอบครัวใหม่ จึงมีแนวโน้มที่เด็กจะได้รับการเลี้ยงดูที่เน้นการเติบโตทางกาย ขาดการตอบสนองความผูกพันรักใคร่ที่เป็นพื้นฐานการมีสุขภาพจิตดีของเด็ก เด็กอาจมีปัญหาขาดความรักได้
พ่อ / แม่เลี้ยงเดี่ยวที่มีลูกวัยเด็ก ทั้งเด็กเล็กและเด็กโต สำหรับผู้ที่คู่สมรสเสียชีวิต ๓ ราย และที่หย่าร้าง / แยกทาง ๒ ราย ที่มีฐานะหน้าที่การงานและอาชีพมั่นคง น่าจะสามารถเลี้ยงลูกต่อไปได้อย่างราบรื่น นอกจากจะมีปัจจัยสภาพแวดล้อมอื่น ๆ เข้ามาเกี่ยวข้องคล้ายพ่อ / แม่ในกลุ่มข้อที่ ๑ เช่น
แม่เลี้ยงเดี่ยวที่ลูกยังอยู่ในวัยเด็กต้องการความรู้ความเข้าใจในการเลี้ยงลูกที่กำลังจะเข้าสู่วัยรุ่นและวัยรุ่นต่อไป
พ่อ / แม่เลี้ยงเดี่ยวที่มีลูกวัยรุ่นทั้งหมด ๖ ราย เป็นกลุ่มตัวอย่างที่มีฐานะทางเศรษฐกิจระดับปานกลางขึ้นไปจนถึงระดับดี ลูกของกลุ่มตัวอย่างกลุ่มนี้ไม่มีปัญหาพฤติกรรม เนื่องจากมีปัจจัย ที่เกี่ยวข้อง ดังนี้
ครอบครัวพ่อ / แม่เลี้ยงเดี่ยวที่มีลูกวัยรุ่น และลูกวัยรุ่นไม่มีปัญหาพฤติกรรม มีแนวโน้มที่จะผ่านช่วงวิกฤติที่ลูกจะมีพฤติกรรมที่มีปัญหาไปได้ สรุปปัจจัยเกื้อหนุน (จุดแข็ง) และปัจจัยเสี่ยง (จุดอ่อน) ในการเลี้ยงดูลูกได้ดังนี้
จากข้อมูลการศึกษารายกรณีทั้งหมด ๒๑ ราย สามารถสรุปรูปแบบของปัจจัยเกื้อหนุนในการแก้ปัญหาของพ่อ / แม่เลี้ยงเดี่ยวได้ ดังนี้ ๑. การมีเครือข่ายทางสังคมและการสนับสนุนทางสังคม พ่อ / แม่เลี้ยงเดี่ยวที่ได้รับการสนับสนุนทางสังคมในรูปแบบต่าง ๆ จากเครือข่ายทางสังคมลักษณะต่าง ๆ จะสามารถหาทางออกให้กับปัญหาของตัวเองได้ เครือข่ายทางสังคมที่ปรากฎอย่างชัดเจน ได้แก่ ๑.๑ ครอบครัวและเครือญาติ ให้การสนับสนุนทั้งการเงิน ที่อยู่อาศัย คำปรึกษา ที่พึ่งพิงทางใจ การให้อภัย ฯลฯ ๑.๒ เพื่อน ให้การสนับสนุนด้านกำลังใจ ที่อยู่อาศัย เงิน งาน ช่วยเลี้ยงลูก ฯลฯ ๑.๓ องค์กรหรือหน่วยงานด้านสวัสดิภาพครอบครัว ทั้งองค์กรภาครัฐ ภาคเอกชนและสถาบันการศึกษา ช่วยเหลือด้านการเงิน คำปรึกษา / แนะนำแนวทางการแก้ปัญหา ที่พักอาศัย กำลังใจ การรักษาพยาบาล ฯลฯ ๒. การมีความมั่นคงทางสังคมของพ่อ / แม่เลี้ยงเดี่ยว พ่อ / แม่เลี้ยงเดี่ยวที่ไม่ว่าจะอยู่ในเศรษฐฐานะระดับใด หรือมีอาชีพใด หากเป็นผู้มีการศึกษาพอสมควร มีอาชีพหรือมีการงานที่มั่นคง ไม่ว่าจะเป็นอาชีพใด ทั้งราชการ พนักงาน หรือพ่อค้าแม่ขายที่มีร้านค้าเล็ก ๆ หรือมีอาชีพอิสระ เช่น ช่างฝีมือ เป็นผู้มีรายได้ประจำที่สามารถเลี้ยงตัวเองได้ แม้ไม่ร่ำรวย แต่ก็ไม่ยากจน สิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยเกื้อหนุนที่สำคัญ ที่อาจทำให้การแก้ปัญหาลุล่วงไปได้โดยง่าย ๓. การมีความมั่นคงทางจิตใจของพ่อ / แม่เลี้ยงเดี่ยว พ่อ / แม่เลี้ยงเดี่ยวที่มีความมั่นคงทางจิตใจ จะฟันฝ่าอุปสรรคได้ง่าย ความมั่นคงทางจิตใจ คือ ความพร้อมที่จะเผชิญปัญหาหรือแก้ปัญหา เกิดจากกระบวนการหรือการหล่อหลอมระหว่างการเติบโตของพ่อ / แม่เลี้ยงเดี่ยว การเลี้ยงดูแบบปล่อยปละละเลย ส่งผลเสียต่อพ่อ / แม่เลี้ยงเดี่ยว ขณะที่การเลี้ยงดูแบบใกล้ชิดส่งผลดีต่อพ่อ / แม่เลี้ยงเดี่ยวมากกว่า ๔. เพื่อศึกษาความต้องการบริการสังคมสำหรับพ่อแม่เลี้ยงเดี่ยว จากผลการวิจัย พบว่า พ่อ / แม่เลี้ยงเดี่ยวมีความต้องการหลัก ๆ ที่จะช่วยในการดำเนินชีวิตหลายประการ คือ
เงินอีกประเภทที่พ่อ / แม่เลี้ยงเดี่ยวต้องการ คือ เงินใช้จ่ายเพื่อการรักษาพยาบาล ตัวอย่างแม่เลี้ยงเดี่ยวที่มีลูกพิการ และมีความจำเป็นจะต้องใช้จ่ายเพื่อพาลูกไปเข้ารับการรักษาพยาบาลมาก (มากจนสามีทอดทิ้งไป เพราะรับภาระไม่ไหว) เป็นการใช้จ่ายที่แม่ไม่อาจละเลย (เพราะเธอไม่สามารถปล่อยให้ลูกตายไปโดยไม่ได้พยายามรักษาได้) กรณีตัวอย่างที่เธอได้รับความช่วยเหลือจากบริการสังคมหลายแหล่ง ทำให้เธอมีคุณภาพชีวิตที่ดีพอสมควร เป็นตัวอย่างที่ให้เห็นความจำเป็นของบริการด้านนี้
บริการให้คำปรึกษาอีกประเภทหนึ่ง ที่มีความจำเป็นต่อพ่อ / แม่เลี้ยงเดี่ยวในกรณีที่มีการปกป้องสิทธิของตน คือ บริการให้คำปรึกษาทางกฎหมาย กรณีตัวอย่างของแม่เลี้ยงเดี่ยวที่ขอฟ้องหย่าจากสามี และสามารถรักษาทรัพย์สมบัติของตนไว้ได้ก็เนื่องจากการได้รับคำแนะนำให้พึ่งพากฎหมาย นับเป็นโชคดีของแม่เลี้ยงเดี่ยวผู้นี้ เพราะเธอเป็นผู้มีฐานะทางสังคมเกือบจะอยู่ในระดับล่าง แต่ด้วยความรู้ทางกฎหมายที่เครือข่ายทางสังคมของเธอให้มา ช่วยเธอให้กลับไปมีความมั่นคงในชีวิตได้อีก ดังนั้น ความรู้ทางกฎหมายจำเป็นต้องเผยแพร่ลงไปในทุกระดับของสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มที่ไม่เน้นสังคมของความรู้ทางวิชาการ เช่น ในชุมชนชนบท เป็นต้น
- บริการการให้ความรู้ นอกจากการบริการสังคมที่พ่อ / แม่เลี้ยงเดี่ยวสามารถระบุความต้องการได้ หรือจากการที่พ่อ / แม่เลี้ยงเดี่ยวได้รับบริการและช่วยแก้ปัญหาให้ได้แล้ว น่าจะยังมีปัจจัยเกื้อหนุนที่แฝงอยู่ในบริการสังคม ทั้งที่ไม่เป็นทางการ เช่น อยู่ในครอบครัวเครือญาติ เพื่อนฝูง และที่เป็นทางการ เช่น การให้ความรู้ผ่านสถาบันการศึกษาหรือสื่อต่าง ๆ ที่ประชาชนได้รับและซึมซับโดยไม่รู้ตัว เช่น ความรู้เกี่ยวกับเรื่องครอบครัว การเลือกคบเพื่อนต่างเพศ การเลือกคู่ รวมไปถึงความรู้เท่าทันสื่อ ความรู้เท่าทันบริการในสถานบันเทิงต่าง ๆ ความรู้เหล่านี้มีการบอกเล่าอย่างเป็นทางการบ้าง ไม่เป็นทางการบ้าง แต่การไม่ใส่ใจกับข้อมูลข่าวสารเหล่านี้นับเป็นปัจจัยเสี่ยงให้บุคคลเข้าไป ข้องแวะกับเหตุการณ์ที่จะนำปัญหามาสู่ตนเองได้ ปัจจัยเกื้อหนุนและบริการทางสังคมด้านข้อมูลข่าวสาร รวมทั้งเครือข่ายทางสังคม จะช่วยเป็นแรงสนับสนุนทางสังคมให้แก่พ่อ / แม่เลี้ยงเดี่ยว ทั้งในด้านการปกป้องต่อความเสี่ยงที่จะเกิดปัญหาและแก้ปัญหาวิกฤติ ทั้งก่อนการเป็นครอบครัวเลี้ยงเดี่ยว จนกระทั่งเปลี่ยนแปลงกลายเป็นผู้ที่ต้องเลี้ยงดูลูกตามลำพัง แม้ปัจจัยต่าง ๆ เหล่านี้จะมิใช่ความต้องการของพ่อ / แม่เลี้ยงเดี่ยวโดยตรงก็ตาม - บริการการสร้างคุณค่าในตนให้กับผู้หญิง (Empowerment) ผู้หญิงในสังคมไทยจำนวนหนึ่ง มีความทุกข์ทรมานในการอยู่กินกับสามีที่ใช้ความรุนแรงในครอบครัว ยอมรับการถูกทำร้าย (รายกรณีที่ศึกษาในการวิจัยครั้งนี้ ๑ ราย) รวมทั้งยอมเห็นลูกพลอยถูกทำร้ายไปด้วย (บางกรณีที่ปรากฎเป็นข่าว เช่น ให้พ่อข่มขืนลูก ทุบตีลูก) ผู้หญิงเหล่านี้ นอกจากการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแล้ว ควรที่จะมีกระบวนการสร้างหรือเติมความแข็งแกร่งให้ผู้หญิงลักษณะเช่นนี้ให้เข้มแข็ง รู้คุณค่าของการพึ่งตนเองได้ เปลี่ยนแปลงแนวคิดว่าผู้หญิงเป็นฝ่ายที่ยอมรับการกระทำจากเพศชาย และอาจรวมไปถึงการเร่งปรับเปลี่ยนแนวคิดของเพศชายที่มองว่าเพศหญิงเป็นเพียงผู้ที่รองรับอารมณ์ของตนเท่านั้นด้วย
|
|||
| ปรับปรุงล่าสุด วันอาทิตย์ที่ ๑๐ กรกฏาคม ๒๕๕๔ เวลา ๐๔:๐๗ น. |









